Hair transplant Bangkok, Hair loss treatment restoration transplants
ผมร่วงและวงจรชีวิตเส้นผม
รูขุมขน (Follicular unit)ที่หนังศีรษะมีประมาณ ห้าหมื่นรูขุมขน มีเส้นผมประมาณ หนึ่งแสนเส้น 85-90% อยู่ในระยะเจริญ ผมจะงอกตลอด (anagen), 10-15% อยู่ในระยะหยุดสร้างเส้นผม (telogen), เส้นผมที่กำลังเปลี่ยนจากผมเจริญเป็นผมหยุดพัก เรียกว่าผม catagen พบน้อยประมาณ 1% (รูป1) ผมหยุดพักจะหลุดร่วงภายใน 100 วัน ผมร่วงวันละไม่เกิน 100 เส้น ในบริเวณรูขุมขน เดิมซึ่งผมหลุดร่วงไปจะมีการสร้างผมเจริญวนเวียนไปตลอดชีวิต แต่ละเส้นผมจะมีอายุ 3-6 ปี (1,000 วัน) แต่ละรูขุมขน จะมีการผลัดเส้นผมได้ 20 ชุด เส้นผมชุดหลัง ๆ มีขนาดเส้นผมบางและอายุผมสั้นกว่าชุดแรก ๆ เส้นผมงอกเฉลี่ยเดือนละ 1 ซม. ถ้าปล่อยให้ผมยาวตามธรรมชาติ เส้นผมที่ร่วงจะยาวประมาณ 30-100 ซม. ในหนึ่งรูขุมขน จะมีผมงอกได้ 1-4 เส้น เส้นผมที่แข็งแรงสามารถยืดตัวออกได้ประมาณ 20-30 % ของความยาวที่เป็นอยู่โดยปกติ เส้นผมที่มีขนาดเท่ากับลวดทองแดงจะมีความแข็งแรงมากกว่าทั้ง ๆ ที่เราเห็นว่าเส้นผมดูนุ่มสลวยบอบบาง เส้นผมที่แข็งแรงทั้งศีรษะจะสามารถทนแรงดึงเท่ากับน้ำหนักของคน 10 คน (500 กก.) ผมขาวแข็งแรงและทนต่อการทำลายมากกว่าผมสีดำ

The Hair Growth Cycle
รูป1 วงจรชีวิตของเส้นผม
เส้นผมแบ่งเป็น 3 ชั้น
ชั้นแรก ชั้นคิวติเคิล (Cuticle ผิวเคลือบชั้นนอกเส้นผม) จะทำให้ผมดูเงางาม ชั้นนี้จะโปร่งใส หากมีความเสียหาย เส้นผมจะเปราะแตกและไม่มีคราบเงางาม คิวติเคิลถูกทำลายได้ด้วยการหวี สารเคมี ความร้อน และแสงแดด รวมถึงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น หากทำการหวีผม 500 ครั้ง จะทำให้เซลบุชั้นนี้หลุดออกมาหมด

ชั้นที่สอง คอร์เทค (Cortex) เป็นใยเล็ก ๆ มากมายที่ทำด้วยโปรตีน ซึ่งจะมีเม็ดสีแทรกระหว่างใยเล็กๆ เหล่านี้ เห็นเป็นสีผม

ชั้นในสุด มีเฉพาะในเส้นผมที่ใหญ่และแข็งแรงมาก คล้ายชั้นในสุดของปล้องไม้ไผ่ที่ออกจะหลวมและมีอากาศอยู่ภายใน อาจเป็นช่องทางลำเลียงสารหล่อเลี้ยงเส้นผม

ผมประกอบด้วยโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ 65-95% โดยน้ำหนัก ไขมัน 25% มีน้ำในปริมาณไม่แน่นอน (สามารถดูดน้ำได้ถึง 40% ของน้ำหนักผมแห้ง)

ผมประกอบด้วยธาตุต่าง ๆ คาร์บอน 45.2% โฮโดรเจน 6.6% ออกซิเจน 27.9% ไนโตรเจน 15.1% และซัลเฟอร์ 5.2%

เส้นผมมีพันธุกรรมกำหนดชนิด ขนาด สี ปริมาณ การกระจายของเส้นผม และอายุของต่อมผม เส้นผมจึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผมร่วงจากพันธุกรรม
ผมร่วงเกิดในบางส่วนของหนังศีรษะ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ (pattern) จากการศึกษาพบว่าทั้งในชายและหญิงจะมีฮอร์โมนชายสร้างจากต่อมหมวกไต ได้แก่ ฮอร์โมนเทสโทสโตโรน (Testosterone) และไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone, DHT) ฮอร์โมนจะกระตุ้นขนรักแร้ ขนบริเวณหัวเหน่าและเครา ให้เปลี่ยนเป็นเส้นผมหนาดำ หยาบ และยาวขึ้น กระตุ้นการสร้างอสุจิ ขนาดอวัยวะเพศ เสียง ความรู้สึกทางเพศ และเร่งให้มีการผลัดเส้นผมในบริเวณเหนือหน้าผาก และกลางกระหม่อมเพิ่มขึ้น โดยอายุเส้นผมระยะเจริญสั้นลง ผมจึงหลุดร่วงก่อนกำหนด ส่วนเส้นผมใหม่ที่ขึ้นแทนเส้นจะเล็กและสั้นลงตามลำดับ เพราะขนาดรากผมเล็กลงและฝ่อไปในที่สุด

ผมบางแบบพันธุกรรมนี้เกิดจากปัจจัย 3 ปัจจัย คือ พันธุกรรมซึ่งถ่ายทอดเป็นยีนเด่น ทำให้ผมมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนชายเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและอายุที่เพิ่มมากขึ้น พันธุกรรมอาจเป็นตัวกำหนดลักษณะเนื้อเยื่อและเอนไซม์ของต่อมขน พบว่ารากผมบริเวณ outer root sheath และเซลไพโบรบลาส ในบริเวณต่อขนจะมี androgenic receptor รากผมบริเวณกลางกระหม่อมและเหนือหน้าผาก พบมีจำนวน receptor สูงกว่าบริเวณท้ายทอยถึง 1.5 เท่า และ receptor ในหญิงพบมีน้อยกว่าชาย พบเพียงร้อยละ 40 ของในชาย ดังนั้นเส้นผมของชายในบริเวณดังกล่าวจะตอบสนองต่อฮอร์โมน DHT มากกว่า และพบว่ารากผมบริเวณดังกล่าวจะมีเอนไซม์ type 2-5 reductase สูงขึ้นด้วย เอนไซม์ชนิดนี้เปลี่ยน testosterone เป็น DHT ซึ่งมีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายสูงกว่า จึงยิ่งกระตุ้นให้อายุของต่อมผมสั้นลง ในหญิงเส้นผมบริเวณดังกล่าวก็มี receptor สูงเช่นกัน แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับชาย เพราะในหญิงมีระดับเอนไซม์ cytochrome P450 aromatase สูงกว่าชายถึงร้อยละ 80 เอนไซม์นี้สามารถเปลี่ยน testosterone เป็นฮอร์โมนหญิง estradiole ซึ่งช่วยต่อต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนชายได้ ส่วนในชายศีรษะล้านตรวจไม่พบเอนไซม์นี้เลย

DHT ทำให้ผมเส้นบางลงและศีรษะล้านในที่สุด
DHT ทำให้ผมเส้นบางลงและศีรษะล้านในที่สุด
แกลเลอรี
Before -  After  Strip FUT
Before -  After  Hair Transplant
Before -  After doing mustache transplant
Before -  After  doing hair transplant
Before -  After  doing eyebrow transplant