หนังศีรษะลอก แห้ง คัน อาจไม่ใช่แค่รังแค! สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

หนังศีรษะลอก

เศษหนังศีรษะลอก และหล่นอยู่ตามเส้นผม อาจจะไม่ใช่รังแคเสมอไป แต่อาจจะเป็นเศษหนังศีรษะที่หลุดออกมาจากอาการหนังศีรษะลอกเท่านั้น

รังแค กับ หนังศีรษะลอก ต่างกันอย่างไร? หนังศีรษะลอกเกิดจากอะไร? สามารถรักษาได้หรือไม่? ทาง Absolute Hair Clinic จะให้ความรู้กับผู้อ่านเกี่ยวกับหนังศีรษะลอกเป็นแผ่น เพื่อหาทางรักษาโดยเร็ว ก่อนอาการเล็กๆ จะนำไปสู่อาการผมร่วง หรือโรคต่างๆ ที่หนังศีรษะ

ปัญหาหนังศีรษะลอก อาจไม่ใช่แค่รังแค

เมื่อเกิดอาการคันที่หนังศีรษะ เรามักจะเกาจนเห็นเศษสีขาวปรากฎอยู่ตามเส้นผม หรือติดอยู่ที่เสื้อบริเวณไหล่ คนส่วนใหญ่จะคิดไปก่อนว่าสิ่งนี้คือรังแค แล้วพยายามหาทางแก้ปัญหาโดยการใช้แชมพูขจัดรังแคต่อไป

แต่ความจริงแล้วอาการคันหัวหนังหัวลอกอาจจะไม่ได้เกิดจากรังแค แต่เป็นโรคผิวหนังบนหนังศีรษะอื่นๆ ที่เกิดผลข้างเคียงทำให้หนังศีรษะลอกได้

โดยรังแค และหนังศีรษะลอก มีจุดสังเกตที่แตกต่างกัน ดังนี้

หนังศีรษะลอกแห้ง

หนังศีรษะลอกแห้ง มักเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากโรคผิวหนังอื่นๆ ที่ไม่ใช่รังแค อาจจะเกิดจากอาการแพ้ หรือผิวหนังอักเสบ จนทำให้เซลล์ผลัดตัวผิดปกติจนเกิดเป็นขุยขึ้น

ลักษณะขุยหนังศีรษะลอกมีได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับโรคที่ทำให้หนังศีรษะลอก มีตั้งแต่เป็นขุยสีขาวขนาดเล็ก ไปจนถึงชิ้นหนังศีรษะขนาดใหญ่

หากพบว่าตัวเองมีอาการหนังศีรษะลอกผมร่วง หนังศีรษะลอกแดง หรือมีอาการอื่นๆที่กล่าวมาร่วมด้วย ก็ควรไปพบแพทย์ เพราะโรคเหล่านี้ไม่เหมือนรังแคที่สามารถรักษาเองที่บ้านได้ โรคบางโรคต้องรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

รังแค

ความจริงแล้ว รังแคก็เป็นอาการศีรษะลอกอย่างหนึ่ง เพียงแต่รังแคหนังศีรษะลอก ไม่ได้ก่อให้เกิดโรคที่อันตรายเหมือนกับอาการหนังศีรษะลอกอื่นๆ แพทย์จึงอยากให้ผู้ที่มีปัญหาหนังศีรษะลอกสามารถประเมินตนเองได้เบื้องต้นว่าหากมีหนังศีรษะลอกแบบนี้ ควรพบแพทย์ได้แล้วหรือยัง

รังแคจะต่างจากหนังศีรษะลอกแบบอื่นๆตรงที่ รังแคเกิดจากปัจจัยทางสภาพแวดล้อมหลายๆอย่าง ที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง หรือมันเกินไป โดยรังแคไม่ได้ก่อให้เกิดโรคอันตรายอะไร แต่ในระยะยาวถ้าทิ้งไว้ ไม่มีการแก้ไขก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้

รังแคมี 2 ประเภทด้วยกัน

  • รังแคแห้ง

รังแคแห้งเกิดจากหนังศีรษะมีน้ำมันบนหนังศีรษะอยู่น้อยกว่าปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อากาศแห้ง สารเคมีที่ทำให้ศีรษะแห้ง หรือหนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาน้อยกว่าปกติด้วยปัจจัยบางอย่าง

เมื่อหนังศีรษะชั้นนอกแห้ง แตก ทำให้หนังศีรษะผลัดเซลล์ออกมากกว่าปกติ เซลล์เหล่านั้นจับตัวเป็นก้อนจนกลายเป็นรังแคแห้ง

รังแคแห้งมีลักษณะเป็นแผ่นสีขาว ขนาดเล็ก ร่วงอยู่ตามเส้นผมและบนไหล่คล้ายกับหนังศีรษะลอก แต่ต่างกันที่รังแคแห้งไม่ได้ก่อให้เกิดรอยแดง อาการบวม หรืออาการอื่นๆบนหนังศีรษะเลย ในขณะที่หนังศีรษะแห้งลอก จะมีอาการของโรคอื่นๆเกิดร่วมบนหนังศีรษะด้วย

  • รังแคเปียก

รังแคเปียกเกิดจากหนังศีรษะมีน้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมันในรูขุมขนมากเกินไป เมื่อมีน้ำมันมาก เชื้อราที่ชื่อว่ามาลาสซีเซีย (Malassezia) ที่อยู่บนหนังศีรษะของเราอยู่แล้วก็จะเติบโตได้ดีกว่าปกติ

หากมีเชื้อราจำนวนมากเกินไป ร่างกายจะสร้างกรดไขมันโอเลอิก (Oleic acid) ออกมา ซึ่งกรดไขมันนี้สามารถก่ออาการอักเสบเล็กน้อยบนหนังศีรษะได้

การอักเสบเล็กน้อยบนหนังศีรษะ ทำให้การผลัดเซลลฺ์ผิวเกิดขึ้นมากกว่าปกติ เซลล์เหล่านั้นเกาะตัวกัน รวมกับน้ำมันส่วนเกินบนหนังศีรษะ จนเกิดเป็นรังแคเปียกในที่สุด รังแคเปียกจะมีสีเหลือง เหนียว แผ่นหนาและใหญ่กว่ารังแคแห้ง

อ่านเพิ่มเติม : รังแคคืออะไร? ผลกระทบของรังแคหากปล่อยไว้ ไม่รักษา

หนังศีรษะลอกเกิดจากอะไร

หนังศีรษะลอกเกิดจากโรคหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะลอกจากการที่โรคเหล่านั้นก่อให้เกิดอาการอักเสบ หรือการระคายเคือง จนมีการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติ จนทำให้หนังศีรษะลอกเป็นขุย โดยโรคผิวหนังที่เป็นสาเหตุหลักทำให้หนังศีรษะลอก มี 4 โรค ดังนี้

  1. โรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะ (Contact Dermatitis)
  2. โรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ (Seborrheic Dermatitis) หรือ เซบเดิร์ม
  3. โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
  4. โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis)

หนังศีรษะลอกจากโรคผื่นแพ้สัมผัส

หนังศีรษะลอก โรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะ Contact Dermatitis

สาเหตุของโรค

โรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะ (Contact Dermatitis) คือโรคที่เกิดจากหนังศีรษะเกิดอาการแพ้จากสารบางอย่าง ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นจนเกิดเป็นผื่นคัน หนังศีรษะลอก แสบร้อน เป็นตุ่มพอง โดยผื่นแพ้สัมผัสเกิดได้จาก 2 สาเหตุ ดังนี้

โรคผื่นแพ้สัมผัสจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

ผื่นแพ้สัมผัสจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เกิดจากการสัมผัสกับสารบางอย่างที่ไปทำให้ผิวหนังชั้นนอกถูกทำลาย ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบขึ้นจนเกิดเป็นผื่นแพ้ โดยที่จะเกิดผื่นหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

สารก่อการระคายเคืองเหล่านี้สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างแชมพู ครีมนวดผม ยาย้อมสีผม น้ำยาดัด ยืดผม สารกันเสีย หรืออื่นๆ

โรคผื่นแพ้สัมผัสจากจากสารก่อภูมิแพ้

เป็นผื่นภูมิแพ้ที่เกิดจากการอักเสบบนผิวหนัง จากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ บางครั้งอาการแพ้จะไม่ได้เกิดทันทีเหมือนแบบแรก ครั้งแรกๆ ที่สัมผัสจะเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงาน เมื่อสัมผัสอีกครั้งหลังจากนั้น จะเกิดการอักเสบ เป็นผื่นแพ้ขึ้นมา เนื่องจากภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้นั่นเอง

สารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นอาจจะเป็นสารที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้กับหนังศีรษะ หรืออาจจะเป็นสิ่งต่างๆ ที่รอบตัว เช่น ถุงมือยาง น้ำหอม นิกเกิ้ล หรือฝุ่นละอองต่างๆ เช่นเกสรดอกไม้

ทั้งนี้ โรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะพบได้ค่อนข้างน้อย เพราะนอกจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้กับหนังศีรษะก็ไม่ค่อยมีสารใดที่สัมผัสกับหนังศีรษะโดยตรงบ่อยๆ เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย จึงไม่ค่อยพบผื่นแพ้พบศีรษะนั่นเอง

สาเหตุที่พบได้บ่อยคือ แพ้ยาย้อมผมหนังศีรษะลอก ยายืด ดัดผม แพ้ยาสระผมหนังหัวลอก เป็นต้น

อาการหนังศีรษะลอกจากผื่นแพ้สัมผัส

  • มักเป็นตุ่มผื่นสีแดง บางครั้งเป็นตุ่มใส กระจายตัวในพื้นที่ที่สัมผัสกับสารที่ทำให้ระคายเคือง ทำให้รู้สึกคัน แสบร้อน
  • มีขุยสีขาวอยู่ในบริเวณที่แพ้ เป็นหนังศีรษะแห้งลอกที่ออกมาจากการอักเสบ
  • ผิวหนังมีอาการบวมแดง อาจจะช้ำจนเป็นสีม่วง

วิธีรักษา

วิธีแก้หนังหัวลอกจากโรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะ ในขั้นแรกยังไม่ต้องพบแพทย์ ห้ามเกาแม้จะรู้สึกคัน และให้สังเกตตัวเองว่า อาการผื่นแพ้ หนังศีรษะลอกเป็นขุยเริ่มตอนไหน ช่วงนั้นได้ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกับหนังศีรษะหรือเปล่า หากพอรู้ว่าเป็นอะไรก็ให้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผื่นแพ้ซ้ำอีก

อาการผื่นแพ้สามารถหายไปได้เอง​ ถ้าเป็น​ไม่มาก หากไม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่ทำให้แพ้หรือระคายเคืองอีก ถ้าคันมากเป็นมาก ควรพบแพทย์​เพื่อการรัก​ษาที่ถูกต้อง​เพราะหากอาการอักเสบบนหนังศีรษะมากๆ อาจจะเกิดเป็นแผลเป็นที่ทำให้ผมไม่ขึ้นถาวรได้

เป็นแผลเป็นบนศีรษะ สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกผมถาวร : ปลูกผมในแผลเป็น

หนังศีรษะลอกจากโรคผื่นภูมิแพ้

หนังศีรษะลอก โรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ

สาเหตุหนังศีรษะลอกจากผื่นภูมิแพ้

โรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ (Seborrheic Dermatitis) เกิดจากการอักเสบที่ผิวหนังบริเวณที่มีน้ำมันจากต่อมไขมันมาก เช่นใบหน้า หัวคิ้ว​ จอน​ หนังศีรษะ มีบางเคสพบอาการนี้ที่สะดือด้วย โดยอาการอักเสบนี้ เกิดจากการกระตุ้นโดยเชื้อรามาลาสซีเซีย (Malassezia)

เชื้อราดังกล่าว เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดรังแคเปียกเช่นกัน เพียงแต่รังแคเปียกเป็นเพียงการอักเสบเล็กน้อย จากความมันที่เกิดบนหนังศีรษะชั่วคราว แต่โรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ เกิดจากการอักเสบอย่างเรื้อรัง เนื่องจากต่อมไขมันทำงานผิดปกติ

การที่ต่อมไขมันทำงานผิดปกตินั้น อาจจะเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ​ โรคทางระบบประสาทบางอย่าง อย่างโรคพาร์กินสัน ระดับฮอร์โมนผิดปกติ สภาพอากาศ หรือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

อาการ

  • เป็นขุยสีขาว หรือสะเก็ดสีเหลือง ร่วมกับรอยแดงขอบเขตไม่ชัด บริเวณที่หนังศีรษะลอก
  • มีอาการอักเสบร่วมด้วย จึงอาจจะรายคายเคือง หรือคันได้บ้าง
  • พบในบริเวณอื่นๆได้นอกจากศีรษะ เช่น ใบหน้า จมูก คิ้ว หลังใบหู หน้าอก หลัง

วิธีรักษา

แม้โรคนี้จะไม่ได้อันตรายอะไร แต่ก็ควรรักษาหนังศีรษะลอกจากโรคผื่นภูมิแพ้ที่หนังศีรษะ เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้นาน นอกจากจะบุคลิกไม่ดีจากการที่มีขุนหนังศีรษะติดตามเสื้อผ้าตลอดเวลา อาการคันศีรษะจากการอักเสบยังเป็นการทำร้ายรากผม ระยะยาวอาจจะทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติด้วย

วิธีการรักษา ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการควบคุมให้ต่อมไขมันทำงานตามปกติ เช่น ไม่สระผมด้วยน้ำที่ร้อนหรือเย็นกว่าปกติ ผ่อนคลาย ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารบำรุงผม เลี่ยงอาหารที่ทำให้ต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากเกินไป เช่นอาหารที่มีกรดไขมัน หรือวิตามินบี

หากไม่หาย หรือเป็นโรคที่มีผลข้างเคียงทำให้หนังศีรษะมัน ก็ต้องรักษาด้วยการใข้ยาสระผมควบคุมความมัน แชมพูขจัดรังแค หรือยาสระผมที่มีตัวยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) เพื่อลดจำนวนเชื้อรามาลาสซีเซีย ทำให้อาการอักเสบดีขึ้น

หากลดปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคอย่างความมัน และเชื้อรามาลาสซีเซียได้ อาการก็จะดีขึ้น หากไม่ดีขึ้นก็ควรมาพบแพทย์ แพทย์อาจจะใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ร่วมด้วยในการรักษา

หนังศีรษะลอกจากโรคสะเก็ดเงิน

หนังศีรษะลอก โรคสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะ

สาเหตุ

โรคสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะ (Scalp Psoriasis) เกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังงอกเซลล์ใหม่ไวกว่าปกติ ทำให้เซลล์เก่าผลัดออกไม่ทันจนเกิดเป็นสะเก็ดด้านสีเงินบนผิวหนัง และจะพบมากที่หนังศีรษะ ทำให้หนังหัวลอกเป็นสะเก็ด

ซึ่งสาเหตุของการลอกเซลล์ที่ผิดปกติ คาดว่าอาจเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ชื่อว่าลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ถูกกระตุ้นให้ทำงานมากเกินไป จนไปทำให้เกิดอาการอักเสบในบริเวณที่เป็นสะเก็ดเงิน ซึ่งการอักเสบนั้นทำให้หนังศีรษะลอกจนเป็นสะเก็ดนั่นเอง

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน ในปัจจุบันการแพทย์ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่คาดว่าเป็นโรคหนึ่งที่ส่งต่อกันได้ทางพันธุกรรม เพราะถ้าพ่อกับแม่เป็นโรคสะเก็ดเงิน มีโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคนี้ได้มากถึง 80% เลยทีเดียว

ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ว่ามียีนของโรคแล้วจะเป็นตลอดเวลา ผู้ป่วยมักจะเป็นๆหายๆตลอดชีวิต ในช่วงที่มีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้นให้โรคแสดงอาการออกมา เช่น การติดเชื้อ เป็นโรคที่ส่งผลกับระบบภูมิคุ้มกัน ยาบางชนิด อาการป่วย ระดับฮอร์โมนเปลี่ยน หรือแม้แต่การเป็นแผล หรือความเครียดก็สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคได้

อาการ

โรคสะเก็ดเงินมีการแสดงอาการหลายแบบ อาจจะเป็นปื้นหนา เป็นตุ่มหนอง หรือมือเท้าลอก แต่โรคสะเก็ดเงิน ที่อาการของโรคเกิดบนหนังศีรษะ จะมีอาการโดยรวมดังนี้

  • อาจจะมีผื่นขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกาย ก่อนที่จะเกิดสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ
  • เป็นผื่นสีแดงขอบเขตชัด
  • หนังศีรษะหนาเป็นปื้นแดง แห้ง มีสีเงิน บางส่วนแตกเป็นเกล็ดอยู่ตามแนวไรผมรอบศีรษะ บางครั้งลามลงมาที่หน้าผาก
  • ถ้าเป็นมากๆ จะมีเลือดออกตามปื้นเหล่านั้นด้วย
  • ทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และคันมาก หากเกาสะเก็ดเหล่านั้นจะหลุดร่วงออกมาเป็นหนังศีรษะลอก

วิธีรักษา

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน ผู้ป่วยจะเป็นต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจอาการของโรค และสาเหตุที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินถูกกระตุ้นขึ้นมา บางครั้งอาจจะเป็นเพียงความเครียดก็จริง แต่บางครั้งก็อาจจะเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิตอย่างโรคมะเร็งได้

ส่วนการรักษาหนังศีรษะลอกเป็นสะเก็ดนั้น แพทย์จะให้ใช้แชมพูน้ำมันดิน (Tar shampoo) 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าเป็นหนัก แพทย์จะให้ใช้ยาทาในกลุ่มเตียรอยด์ เพื่อกดภูมิลดการอักเสบด้วย

นอกจากนี้ แพทย์อาจจะแนะนำให้ตากแดดเป็นเวลา 15 นาทีต่อวัน เนื่องจากรังสียูวี (Ultraviolet) จากแสงแดด ทำให้ลิมโฟไซต์ทำงานได้น้อยลง อาการอักเสบที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันก็จะดีขึ้น ปื้นสะเก็ดเงินก็จะลดลงไปด้วยนั่นเอง

ผลการรักษาจะไม่ได้อยู่ถาวร เนื่องจากสาเหตุจริงๆของโรคแพทย์คาดว่าน่าจะอยู่ที่กรรมพันธุ์ ในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขอะไรที่กรรมพันธุ์ได้ ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการของโรค เป็นๆหายๆตลอดชีวิต ทำได้เพียงป้องกันโดยการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดี เพื่อให้มีปัจจัยกระตุ้นโรคน้อยที่สุด

รู้หรือไม่? โรคสะเก็ดเงินไม่ได้ทำให้ผมร่วง แต่การเกาหนังศีรษะเพราะอาการคันจากโรคสะเก็ดเงิน ทำให้ผมร่วง ผมบางได้

หนังศีรษะลอกจากเชื้อรา

หนังศีรษะลอก โรคกลากเชื้อราบนหนังศีรษะ

สาเหตุ

โรคกลากเชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis) เกิดจากการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ โดยเชื้อราดังกล่าวเป็นเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ทำให้เกิดการติดเชื้อที่รากผม เส้นผม และหนังศีรษะชั้นบน

เมื่อติดเชื้อ เชื้อราจะไปทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ เช่น ทำลายเคราตินในรากผม ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ผมกลายเป็นสีเทา ขาดร่วงง่าย หนังศีรษะลอกเป็นขุย อักเสบ หากติดเชื้อรุนแรงอาจจะกลายเป็นชันตุ (Kerion) ได้

เชื้อราก่อโรคกลากเชื้อราบนหนังศีรษะ ไม่ใช่เชื้อราที่พบได้ทั่วไปตามร่างกาย แต่จะพบได้ในดิน ตามธรรมชาติ หรือในสัตว์ที่เป็นโรคกลากเชื้อราที่ผิวหนัง ซึ่งคนสามารถติดจากคนด้วยกัน หรือติดจากสัตว์ก็ได้

นอกจากนี้ โรคนี้ยังมีสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่เป็นพาหะนำโรคด้วย หากผู้ป่วยที่ติดเชื้อรา ใช้ข้าวของบางอย่าง เช่น เสื้อผ้า หมวก ผ้าเช็ดผม หวี แล้วมีผู้อื่นนำไปใช้ต่อ ผู้ที่นำไปใช้ก็จะมีโอกาสติดเชื้อ หรืออาจจะไม่ได้เกิดโรค แต่เป็นพาหะนำโรคไปติดคนอื่นได้

ทั้งนี้โรคเชื้อราบนหนังศีรษะไม่ใช่โรคติดต่อที่ติดกันได้ง่าย เพราะเชื้อราก่อโรค เป็นเชื้อราที่สามารถเข้าไปในร่างกายผ่านบาดแผลเท่านั้น และแม้จะเข้าสู่ร่างกาย ถ้าภูมิคุ้มกันแข็งแรง เชื้อก็จะไม่สามารถก่อให้เกิดโรคได้

กล่าวคือ ถ้าได้รับเชื้อมา แต่ไม่ได้เป็นแผลที่ศีรษะ และร่างกายแข็งแรงดี ก็จะไม่ป่วย แต่อาจจะเป็นพาหะ เอาโรคไปติดผู้อื่นได้นั่นเอง

อาการหนังศีรษะลอกจากเชื้อรา

  • เป็นผื่นวงกลมขอบชัด หนังศีรษะมีขุย และผมร่วงเป็นหย่อมในบริเวณที่ติดเชื้อ
  • มีอาการคัน ระคายเคืองมาก
  • ผมเปราะขาดง่าย เนื่องจากถูกเชื้อราทำลายเคราตินในเส้นผม
  • หากมีอาการอักเสบมากร่วมด้วย พื้นที่ติดเชื้อจะเป็นสีแดง มีตุ่มหนอง หรือเป็นฝี มีไข้
  • เจ็บระบบบริเวณที่อักเสบ ติดเชื้อ
  • หากอักเสบมาก อาจจะมีก้อนหนอง นูนออกมาจากหนังศีรษะ เรียกว่าชันตุ (Kerion)
  • หากอักเสบมาก เมื่อหายจะเป็นแผลเป็น ทำให้ผมที่ร่วงเป็นหย่อม ร่วงไปอย่างถาวร

อาการผมร่วงเป็นหย่อมถาวรจากแผลเป็น รักษาได้ด้วยการปลูกผมถาวร :
ปลูกผม
ปลูกผม FUE
ปลูกผม FUT
ข้อแตกต่าง FUE Vs FUT

วิธีรักษา

ควรรีบมารักษากับแพทย์ตั้งแต่รู้ตัวว่าเป็นโรค แม้ว่าอาการในช่วงแรกจะเป็นเพียงหนังศีรษะลอกเป็นขุย แต่ถ้าปล่อยไว้จนอักเสบ ผมอาจจะร่วงถาวร ซึ่งการรักษาจะใช้เงินมาก และยุ่งยากกว่าการมาพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มเป็น

โดยวิธีการรักษาโรคกลากเชื้อราบนหนังศีรษะ คือแพทย์จะรักษาโดยเริ่มจากการฆ่าเชื้อราก่อน เพื่อกำจัดต้นตอของโรค โดยการใช้ยาสระผม ยาทา และยาเม็ดสำหรับทานที่ใช้ฆ่าเชื้อราบนหนังศีรษะ

หากมีการอักเสบมากร่วมด้วย เนื่องจากภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองกับเชื้อรามากเกินไป แพทย์จะใช้ยาแก้อักเสบ และยากดภูมิในการรักษาร่วมกับยาฆ่าเชื้อรา

ข้อสรุป

อาการหนังศีรษะลอก หรือหนังหัวลอก เป็นอาการที่มักเกิดจากโรคต่างๆ แม้อาการหนังศีรษะลอกจะไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร แค่ทำให้รู้สึกรำคาญและเสียบุคลิกเวลาที่เศษหนังศีรษะเหล่านั้นหล่นบนเสื้อ แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะโรคที่มากับหนังศีรษะลอก อาจจะก่อให้เกิดการอักเสบจนทำให้ผมร่วงถาวรได้

ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าหนังศีรษะเริ่มลอก เริ่มมีเศษสีขาวๆ ติดตามเสื้อ ควรสังเกตตัวเองว่ามีอาการอื่นๆร่วมด้วยไหม หากเป็นแค่รังแคก็สามารถรักษาได้ด้วยตนเองที่บ้าน แต่ถ้ามีอาการอื่นๆร่วมด้วย อย่างเช่นคันมาก หนังศีรษะแดง มีอาการบวม เป็นผื่น หรือมีปื้นขึ้นที่หนังศีรษะ ก็ควรเข้าพบแพทย ก่อนที่จะเสียเส้นผมไปอย่างถาวร

กำลังสงสัยว่าตนเองเป็นโรคที่ทำให้หนังศีรษะลอก สามารถสอบถามข้อสงสัย หรือส่งรูปมาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะจาก Absolute Hair Clinic ได้โดยตรงที่ Line: @Absolutehairclinic

รู้จักกับแพทย์ พร้อมทั้งผลงานของแพทย์จาก Absolute Hair Clinic