ยา Finasteride รักษาผมร่วง มีผลข้างเคียงอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?

รักษาผมร่วง

ผมบาง ผมร่วงจนหัวล้าน เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็คงจะไม่อยากให้เกิดขึ้นตนเอง แต่อย่างไรก็ตามการที่บางคนจะมีอาการเหล่านี้ส่วนมากมักเกิดจากกรรมพันธุ์ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งปัจจัยของยีนหัวล้านและฮอร์โมนเพศชาย DHT จึงทำให้พบหัวล้านกรรมพันธุ์ในเพศชายมากกว่าในเพศหญิง ทำให้การแก้ปัญหานี้จึงแก้ด้วยการปรับพฤติกรรมภายนอกเพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้ผล 

ผู้ที่ผมบาง หัวล้าน อาจต้องปรับตั้งแต่ฮอร์โมนในร่างกาย แพทย์มักจะแนะนำให้ใช้ยา Finasteride ในการรักษาอาการผมบาง หัวล้านจากกรรมพันธุ์ แต่ยา Finasteride คืออะไรมีผลอย่างไรกับการรักษา แล้วยา Finasteride ผลข้างเคียงอันตรายหรือไม่ ในบทความนี้ทาง Absolute Hair Clinic จะมาอธิบายเกี่ยวกับการใช้ยาฟีนาสเตอไรด์ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ

สารบัญบทความ


ยา Finasteride คืออะไร

ยา Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) คือยาที่ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโตในเพศชาย นอกจากนี้ยังสามารถนำมารักษาภาวะผมร่วง ผมบาง หัวล้านกรรมพันธุ์ ได้อีกด้วย โดยตัวยา Finasteride จะไปออกฤทธิ์การยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เป็นตัวการที่ทำให้เกิดภาวะผมบาง ผมร่วง หัวล้านนั่นเอง 

รายละเอียดยา ฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride) 

  • ชื่อสารสำคัญ ฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride) 
  • กลุ่มยา Drugs for benign postatic hyperplasia, 5-alpha reductase inhibitors
  • ประเภทยา ยาอันตราย ใช้ตามแพทย์สั่ง
  • สรรพคุณ รักษาโรคต่อมลูกหมากโต, รักษาภาวะผมร่วง ผมบาง หัวล้านกรรมพันธุ์ในเพศชาย
  • ผลข้างเคียง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ, อาการทางจิตเวช (ซึมเศร้า)
  • ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ 
  • รูปแบบ/ขนาดของยา ใช้รับประทาน (ยาเม็ด) / ขนาด 1 มิลลิกรัมและขนาด 5 มิลลิกรัม

สรรพคุณของยา Finasteride 

สรรพคุณของยา Finasteride

ยา Finasteride มีสรรพคุณในการใช้รักษาภาวะผมบาง ผมร่วง หัวล้านกรรมพันธุ์แล้ว ยังสามารถรักษาโรคต่อมลูกหมากโตในเพศชายได้เช่นเดียวกัน แต่มีการใช้ขนาดยาที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ยา Finasteride 1 mg 

ยา Finasteride ขนาด 1 มิลลิกรัมมักใช้สำหรับรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง หัวล้าน โดยระหว่างการรักษา เพื่อให้การออกฤทธิ์ของ Finasteride เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องรับประทานยา Finasteride อย่างต่อเนื่อง

โดยจะเริ่มเห็นผลหลังรับประทานยา Finasteride ไปแล้วอย่างน้อย 3 เดือน และจะเห็นผลอย่างชัดเจนเมื่อใช้ยา Finasteride ไปแล้วอย่างน้อย 1 ปี แต่เมื่อใดที่หยุดใช้ยา Finasteride ก็จะมีโอกาสกลับมาผมร่วง ผมบาง หรือหัวล้านอีกครั้ง 

2. ยา Finasteride 5 mg 

ยา Finasteride ขนาด 5 มิลลิกรัมมักใช้สำหรับรักษาโรคต่อมลูกหมากโตในเพศชาย โดยผู้ป่วยจะต้องใช้ยา Finasteride ขนาด 5 มิลลิกรัมต่อวันไปอย่างน้อย 3-6 เดือนขึ้นไป

นอกจากสรรพคุณหลักที่ยา Finasteride 5 mg รักษาต่อมลูกหมากโตแล้วยังมีการใช้เพื่อรักษาภาวะผมร่วง ผมบางเช่นกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวยา Finasteride 1 mg ก็เพียงพอที่จะใช้รักษาภาวะผมร่วง ผมบางได้แล้ว นอกจากนี้การใช้ Finasteride 5 mg เพื่อรักษาภาวะผมร่วงยังเป็นอันตรายจากผลข้างเคียงที่มากขึ้นอีกด้วย

​สามารถแบ่ง4ส่วนแล้วรับประทาน1/4เม็ดได้

ยา Finasteride กับการรักษาผมร่วง

ยา Finasteride กับการรักษาผมร่วง

ก่อนอื่นเราควรทราบว่าสาเหตุของภาวะผมร่วง ผมบาง หัวล้านจากกรรมพันธุ์นั้นคืออะไร เพื่อให้เข้าใจถึงหลักการทำงานของตัวยา Finasteride ง่ายขึ้น

ภาวะผมร่วง ผมบาง หัวล้านโดยส่วนใหญ่มักถูกกำหนดมาตั้งแต่ระดับพันธุกรรม โดยยีนที่ทำให้เกิดหัวล้านจะอยู่กับโครโมโซม X สำหรับเพศหญิงที่มีโครโมโซม XX ถ้าจะให้ยีนหัวล้านแสดงออกมาจำเป็นต้องมียีนหัวล้านบนโครโมโซม X ทั้งสองตัว จึงจะแสดงอาการหัวล้าน แต่กลับกันในเพศชายที่มีโครโมโซม XY หากโครโมโซม X ตัวนั้นมียีนหัวล้านอยู่ก็สามารถแสดงอาการหัวล้านออกมาได้ทันที 

ในเพศชายมักจะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ที่สร้างจากอัณฑะและต่อมหมวกไต เมื่อเจอ 5-Alpha reductase ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา จะเปลี่ยนให้เทสโทสเตอโรนเป็น Dihydrotestosterone หรือ DHT นั่นเอง ซึ่งฮอร์โมน DHT นี้เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ทำหน้าที่กระตุ้นส่วนต่าง ๆ ในร่างกายให้ดูสมความเป็นชาย เช่น เสียงแตกหนุ่ม การเจริญของอวัยวะเพศ การเกิดขนบนร่างกาย

แต่อย่างไรก็ตาม ในเพศชายที่มียีนหัวล้าน DHT ก็จะไปจับกับตัวรับฮอร์โมนเพศชายที่อยู่ในเซลล์รากผม ทำให้ขนาดของรูขุมขนแคบอุดตัน และไปยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นผมใหม่ ทำให้เส้นผมบางและเล็กลงเรื่อย ๆ จนเกิดหัวล้านในที่สุด

ยา Finasteride มีหน้าที่เข้าไปยับยั้งการเร่งปฎิกิริยา ไม่ให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนกลายเป็น DHT ได้มากจนเกินไป เมื่อไม่มี DHT ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดผมร่วง หัวล้าน กระบวนการสร้างเส้นผมก็จะยังดำเนินไปตามปกตินั่นเอง

ผลข้างเคียงของยา Finasteride

  • ด้วยตัวยาที่มีผลทำให้ฮอร์โมนเพศชายถูกยับยั้ง จึงส่งผลให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ เช่น การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย ความต้องการทางเพศลดลง การหลั่งอสุจิมีปริมาณลดลง แต่หากหยุดใช้ยา Finasteride ผลข้างเคียงนี้ก็จะหายไปภายใน 1 เดือนหลังหยุดใช้ยา
  • เต้านมขนาดใหญ่ขึ้น รู้สึกเจ็บ คัดเต้านม หรืออาจมีสารคัดหลั่งออกมาจากเต้านม
  • เจ็บบริเวณอัณฑะ
  • ค่าการทำงานของตับผิดปกติ
  • อาการแพ้ยา เช่น อาการบวมที่หน้า ปาก เกิดผื่นคัน
  • อาการทางจิตเวช (ซึมเศร้า)

เปรียบเทียบยา Finasteride กับ Minoxidil

ในปัจจุบันยารักษาผมร่วงที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA-Food and Drug Administration) มี 2 ชนิดคือ Minoxidil และ Finasteride โดยตัวยาทั้งสองชนิดให้ผลลัพธ์คือเพิ่มจำนวนเส้นผมหรือขนได้ แต่อย่างไรก็ตามยาทั้งสองตัวนี้มีกลไกการออกฤทธิ์ รวมถึงลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

Finasteride Minoxidil
การใช้งาน ยาเม็ดสำหรับรับประทาน แบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน
แบบน้ำ สเปรย์ โฟมสำหรับใช้ภายนอก
กลไกการออกฤทธิ์ ป้องกันการผลิตฮอร์โมน Dihydrotestosterone ในเพศชาย ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปทำให้เส้นผมฝ่อลง จนเกิดผมร่วง หัวล้าน ขยายหลอดเลือดเพื่อให้เลือดนำสารอาหารมาหล่อเลี้ยงรากผมดีขึ้น 
การรักษา รักษาได้ในผู้ชายที่ผมร่วง หัวล้านจากกรรมพันธุ์ รักษาอาการผมร่วงจากโรคผิวหนัง หรือโรคอื่น ๆ ความเครียด หรือจากกรรมพันธุ์
ข้อจำกัด ได้ผลเฉพาะเพศชายเท่านั้น (เนื่องจากตัวยาจะส่งผลต่อฮอร์โมนที่พบในเพศชาย)

ห้ามใช้กับเพศหญิงเด็ดขาด (ตัวยาส่งผลให้อวัยวะเพศของทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติขึ้น)

ในรูปแบบกิน อาจทำให้เกิดขนในบริเวณที่ไม่ต้องการให้เกิด 

ในรูปแบบทา อาจเหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายศีรษะขณะใช้งาน อาจเกิดคราบขาวคล้ายรังแค หรืออาการคันจากการระคายเคือง

การจำหน่าย จำเป็นต้องมีใบสั่งยา หาซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา(โลชั่น)

ยา Finasteride เหมาะกับใครบ้าง

ยา Finasteride เหมาะกับใครบ้าง

ด้วยกลไกการทำงานของยา Finasteride ที่ไปยับยั้งการเร่งปฏิกิริยาของฮอร์โมนในเพศชาย จึงทำให้การใช้ยา Finasteride นี้เหมาะและให้ผลดีกับเพศชายที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้านจากกรรมพันธุ์ 

แต่อย่างไรก็ตามยาปลูกผม Finasteride จะให้ผลที่ดีกว่าเมื่อเริ่มกินตั้งแต่เริ่มมีอาการผมร่วง หากปล่อยไว้จนหัวล้านแล้วค่อยใช้ยาปลูกผม Finasteride จะทำให้เห็นผลการรักษาที่ช้ากว่า

ใครที่ไม่ควรใช้ยา Finasteride 

  • เพศหญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เพศหญิงที่ตั้งครรภ์และมีแผนจะตั้งครรภ์ ห้ามใช้และสัมผัสยา Finasteride โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้ทารกในครรภ์มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ หรือภาวะเพศกำกวม (Ambiguous genitalia) 
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ และมีความผิดปกติในการทำงานของตับ เพราะยา Finasteride มีผลข้างเคียงทำให้ค่าทำงานของตับมีความผิดปกติได้

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา Finasteride 

  • การใช้ยา Finasteride ไม่ได้เป็นการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง หัวล้านอย่างถาวร เมื่อหยุดยาก็ยังมีโอกาสกลับไปเกิดภาวะเดิมอีกครั้ง เนื่องจากไม่มีตัวยา Finasteride ที่ไปยับยั้งการเกิด DHT ได้
  • ผลลัพธ์หลังใช้ยาขึ้นอยู่กับบุคคล แต่หากท่านใช้ยา Finasteride ติดต่อกันมานานกว่า 1 ปีแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาใหม่อีกครั้ง
  • Finasteride ยาอันตราย ไม่ควรใช้โดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัช
  • ยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหากมีการใช้ยา Finasteride ในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้ยา Finasteride เป็นระยะเวลานานตลอดไป ควรใช้ตามการดูแลของแพทย์เท่านั้น

วิธีใช้ยา Finasteride

วิธีใช้ยา Finasteride

Finasteride กินตอนไหน กินอย่างไรถึงให้ผลดีและปลอดภัย ผู้ที่เลือกใช้ยา Finasteride ในการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ควรใช้ยา Finasteride ขนาด 1 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งก่อนนอน หรือเวลาเดิมในทุก ๆ วัน กินยา Finasteride ต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเพิ่มขนาดยาด้วยตนเอง ให้ใช้ยาในปริมาณเฉพาะตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ยา Finasteride ราคาเท่าไหร่

ยา Finasteride ขนาด 1 มิลลิกรัมสำหรับรักษาอาหารผมร่วงราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสถานที่จัดจำหน่าย โดย Finasteride ราคาจะอยู่ในช่วงประมาณ 300-1200 บาทต่อแผง โดยจะซื้อยา  Finasteride ได้จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ หรือแพทย์เป็นผู้จัดยาให้เท่านั้น

ทางเลือกรักษาผมร่วงนอกจากการใช้ยา Finasteride

การรักษาผมร่วงมีวิธีการรักษาอื่น ๆ นอกจากการใช้ยา Finasteride โดยการเกิดผมร่วงนั้นมีสาเหตุและปัจจัยที่แตกต่างกันทำให้มีวิธีแก้ผมร่วงที่หลากหลาย ดังนี้

1. การปรับพฤติกรรม

การปรับพฤติกรรม

หากสาเหตุของอาการผมร่วงไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่เกิดจากปัจจัยอื่นอย่างเช่นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การดูแลความสะอาดของผมและหนังศีรษะ การรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ หรือความเครียด ปัจจัยเหล่านี้ก็สามารถทำให้เกิดอาการผมร่วงได้เช่นกัน

  • การแก้ไขปัญหาผมร่วงจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสามารถแก้ได้โดยการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ยกตัวอย่างเช่น
  • การสระผมอย่างถูกวิธี ไม่ควรสระผมบ่อยเกินไปหรือนาน ๆ ทีสระผม เพราะพฤติกรรมนี้จะทำให้น้ำมันบนหนังศีรษะเสียความสมดุลไป ทำให้หนังศีรษะอ่อนแอและเกิดอาการผมร่วงได้
  • การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารบำรุงผมและหนังศีรษะ เช่น อาหารที่มีโอเมก้า 3 วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ช่วยบำรุงให้รากผมและหนังศีรษะแข็งแรง ไม่เกิดผมร่วงได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงความเครียด ในบางคนที่มีความเครียดอาจมีพฤติกรรมดึงผมตัวเอง หากลดความเครียดและลดพฤติกรรมนี้ได้ อาการผมร่วงก็จะลดลง

2. การรักษาแบบทางเลือก

การรักษาแบบทางเลือก

นอกจากการใช้ยาแก้ผมร่วงแล้ว ยังมีวิธีรักษาแบบอื่น ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาผมร่วงผมบางได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

  • การฉีดเกล็ดเลือดเข็มข้น Platelet Rich Plasma 

การทำ PRP ผม นำเลือดของผู้เข้ารับการรักษามาปั่นเหวี่ยงเพื่อนำเฉพาะเกล็ดเลือดที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างผม จากนั้นจะนำเกล็ดเลือดของผู้เข้ารับการรักษาที่แยกออกมาแล้วฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะ เมื่อหนังศีรษะได้รับเกล็ดเลือดที่มีสารอาหารมากพอ ก็จะช่วยให้รากผมได้รับสารอาหารมากขึ้น และทำให้เกิดการสร้างผมขึ้นมาใหม่ได้ 

  • ฉีดสเต็มเซลล์ผม (Rigenera Activa) 

การฉีดสเต็มเซลล์ผม จะคล้ายกับการทำ PRP ผม แต่เปลี่ยนจากเกล็ดเลือดของผู้เข้ารับการรักษา เป็นเซลล์ที่สกัดจากรากผมและน้ำเกลือแทน เมื่อฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะจะช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น และลดการทำงานของฮอร์โมนที่ส่งผลให้เกิดอาการผมร่วงอีกด้วย

  • การใช้เลเซอร์รักษาผมร่วง 

เลเซอร์ที่ช่วยรักษาผมร่วง ได้แก่ Fotona laser และ LLLT โดยเลเซอร์จะไปช่วยกระตุ้นรากผม ช่วยให้เซลล์บริเวณนั้นทำงานดีขึ้น ผมแข็งแรง ไม่ร่วงง่าย และยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้นในบริเวณที่ทำเลเซอร์อีกด้วย

3. ศัลยกรรมปลูกผมถาวร 

ศัลยกรรมปลูกผมถาวร

วิธีแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบางจนหัวล้านวิธีสุดท้าย หากท่านผ่านการรักษาวิธีอื่น ๆ มาแล้วก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการปลูกผม การปลูกผมถาวรเป็นการศัลยกรรมผ่าตัด ซึ่งสามารถแก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างถาวร ไม่กลับมาผมร่วงผมบางอีก 

โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีปลูกผมถาวรอย่างปลูกผม FUE และ ปลูกผม FUT โดยผู้เข้ารับการรักษาและแพทย์สามารถพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาได้จากสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ งบประมาณและความพึงพอใจ

ปรึกษาปัญหาผมร่วง ศีรษะล้าน กับ Absolute Hair Clinic 

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางและอยากหาวิธีรักษาที่ผลลัพธ์ดีและเหมาะสมกับท่าน ที่ Absolute Hair Clinic คลินิกเชี่ยวชาญทางด้านเส้นผม มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะที่มากประสบการณ์ คอยให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะของท่าน 

นอกจากนี้ยังมีทางเลือกการรักษาที่หลากหลายให้ผู้เข้ารับการรักษาได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโดยใช้ยา Minoxidil, Finasteride หรือการรักษาด้วยทางเลือกอื่น ๆ อย่างการทำ PRP ผม ฉีดสเต็มเซลล์ผม เลเซอร์รักษาผมร่วง หรือการปลูกผมถาวร และมั่นใจได้ว่าสถานที่รักษามีความสะอาด ปลอดภัย และยังเดินทางสะดวกอีกด้วย

ข้อสรุป

ยา Finasteride รักษาโรคต่อมลูกหมากโตในเพศชาย และยังสามารถใช้รักษาอาการผมร่วง ผมบางและหัวล้านกรรมพันธุ์ได้ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยา Finasteride ที่จะไปยับยั้งการเกิดการเร่งปฏิกิริยาการเกิดฮอร์โมน DHT ซึงเป็นตัวการที่ทำให้เกิดผมร่วง ผมบาง หัวล้านได้ แต่อย่างไรก็ตามยา Finasteride เป็นยาอันตรายที่ต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น และยังจำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

หากท่านมีข้อสงสัย อยากขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทาง Absolute Hair Clinic ยินดีให้บริการ ท่านสามารถส่งข้อความหรือรูปเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ Line: @Absolutehairclinic

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณเองได้โดยการคลิกตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยการเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจของคุณ หากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของคุณได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า