หัวล้านกรรมพันธุ์ แก้ไขได้! วิธีแก้ผมบาง ศีรษะล้านจากพันธุกรรมโดยแพทย์ปลูกผม

หัวล้านกรรมพันธุ์

หากคุณเป็นผู้ชายที่กำลังผมร่วงจนศีรษะเถิกขึ้นเรื่อย ๆ หรือเป็นผู้หญิงที่กำลังผมบางลงทุกวัน โปรดระวัง เพราะคุณอาจจะกำลังประสบปัญหาจากหัวล้านกรรมพันธุ์ และถ้าไม่รีบแก้ไข ผมของคุณจะร่วงไปเรื่อย ๆ จนทำให้ศีรษะล้านอย่างถาวรได้

แล้วหัวล้านกรรมพันธุ์คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? แล้วหัวล้านกรรมพันธุ์แก้ได้ไหม? วิธีแก้หัวล้านกรรมพันธุ์คืออะไร ? บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

Absolute Hair Clinic คลินิกปลูกผม แก้ไขปัญหาหัวล้านกรรมพันธุ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม : Absolute Hair Clinic (Home)

หัวล้านกรรมพันธุ์ คืออะไร

หัวล้านกรรมพันธุ์ หรือโรคหัวล้านทางพันธุกรรม (Androgenetic Alopecia) คืออาการผมร่วงที่เกิดจากเหตุผลทางกรรมพันธุ์ หากเป็นโรคนี้ เริ่มแรกผมจะเส้นเล็กลง ร่วงง่าย ผมที่ขึ้นใหม่ไม่แข็งแรง จนผมบางเห็นหนังศีรษะ บริเวณที่เห็นหนังศีรษะจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดรากผมฝ่อ เป็นหัวล้านกรรมพันธุ์ขึ้นมา

หัวล้านพันธุกรรมจะพบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง โดยจะมีลักษณะและระดับความรุนแรงที่ไม่เหมือนกัน โรคนี้มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วงกรรมพันธุ์รุนแรงขึ้น พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงนั่นเอง

นอกจากเพศแล้ว อายุ อาหารการกิน และการดูแลตัวเองก็เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้อาการหัวล้านกรรมพันธุ์มีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ยิ่งทานอาหารไม่ดี ไม่ดูแลตัวเอง อายุมากขึ้น ร่างกายเสื่อมโทรม จะยิ่งทำให้อาการหัวล้านกรรมพันธุ์รุนแรงมากขึ้น

สาเหตุของหัวล้านกรรมพันธุ์

สาเหตุของอาการหัวล้านกรรมพันธุ์ เกิดจากยีน (Gene) ตัวหนึ่งที่อยู่บนโครโมโซมเอกซ์ (Chromosome X) คนส่วนใหญ่จึงเข้าใจว่ายีนที่ทำให้ผมร่วง เป็นยีนที่มาจากทางแม่ แต่ความเป็นจริงแล้ว ยีนตัวนี้สามารถรับมาได้จากทั้งทางพ่อ และทางแม่

ยีนดังกล่าวไม่ได้ทำให้ผมร่วง หรือหัวล้านโดยตรง แต่ยีนตัวนี้จะไปทำให้ Androgen receptor ที่รากผมทำงานได้ดีขึ้น receptor ตัวนี้ เป็นตัวรับฮอร์โมนตัวหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมบาง เมื่อตัวรับทำงานได้ดีขึ้น จึงทำให้ผมบางได้มากขึ้นนั่นเอง

ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวเรียกว่าฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า ฮอร์โมน DHT

ฮอร์โมน DHT เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากฮอร์โมนเพศที่เรียกว่าฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) เมื่อเทสโทสเตอโรนเข้ามาที่เนื้อเยื่อบริเวณรากผม เอนไซม์ในบริเวณนั้น จะเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนให้เป็นฮอร์โมน DHT

เมื่อฮอร์โมนตัวนี้เข้าไปจับกับ Androgen receptor ที่อยู่ที่รากผม จะทำให้ผมที่ผลิตออกมาเส้นเล็กลง ระยะเจริญเติบโตของผมสั้นลง และระยะพักที่จะไม่มีการสร้างผมนั้น นานขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฮอร์โมน DHT และวัฏจักรของเส้นผม : DHT

ในระยะยาว DHT จะทำให้ผมที่ผลิตเส้นเล็กลงเรื่อยๆ จนผมที่กลางศีรษะ และผมส่วนหน้าบางลง รากผมผลิตผมน้อยลงเรื่อยๆจนรากผมฝ่อหายไป เกิดเป็นศีรษะล้าน ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบำรุงรากผม ต้องแก้ไขด้วยการปลูกผมถาวรเท่านั้น หรือหากปล่อยไว้เรื่อยๆ พื้นที่ที่ไม่มีผมมีมากเกินไป การปลูกผมถาวรก็จะช่วยอะไรไม่ได้อีกเช่นกัน

ปลูกผมถาวรคืออะไร ? ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกผมถาวร : ปลูกผม

ดังนั้นสาเหตุของหัวล้านพันธุกรรม คือยีนตัวหนึ่ง ที่ทำให้ฮอร์โมน DHT มีผลต่อผมได้มากขึ้น เมื่อ DHT ออกฤทธิ์ได้ดี ผมก็จะร่วงได้มาก เมื่อผมร่วงไปเรื่อยๆ ไม่มีการรักษาหรือหาทางแก้ไข ศีรษะจะล้านอย่างถาวร

ปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการหัวล้านพันธุกรรม ก่อนไร้ทางแก้ สามารถส่งรูปหนังศีรษะมาเพื่อปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางจาก Absolute Hair Clinic โดยตรงที่ Line: @Absolutehairclinic

ลักษณะของหัวล้านกรรมพันธุ์

ลักษณะของหัวล้านพันธุกรรมจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ลักษณะการผมร่วงจะคล้ายคลึงกันในเพศเดียวกัน จึงจะแบ่งลักษณะของหัวล้านพันธุกรรมออกเป็นสองอย่าง ดังนี้

Male Pattern Baldness

หัวล้านกรรมพันธุ์รักษา

หัวล้านพันธุกรรมในเพศชายพบมากถึง 1 ใน 3 ของประชากรเพศชายทั้งหมด โดยลักษณะหัวล้านพันธุกรรมในเพศชายจะเริ่มการร่วงที่บริเวณกลางศีรษะหรือหน้าผาก ผมที่กลางศีรษะจะบางลงจนเห็นหนังศีรษะ ส่วนผมที่หน้าผากจะค่อยๆบางลง แนวผมเริ่มร่นขึ้นไป โดยจะค่อย ๆ เว้าเข้าหากลางศีรษะเรื่อย ๆ

เมื่อเวลาผ่านไปอาการผมร่วงกลางศีรษะ และศีรษะเถิกจะขึ้นพร้อมกัน ผมกลางศีรษะจะบางเป็นบริเวณกว้างมากขึ้น ผมที่หน้าผากจะเถิกขึ้นเรื่อยๆจนมาบรรจบกัน เมื่อมาบรรจบกันศีรษะจะค่อยๆล้านเกือบทั้งหมด จะเหลือไว้แค่ผมส่วนที่อยู่หลังกกหู และผมส่วนท้ายทอย

สาเหตุผมที่หลังกกหู และผมส่วนท้ายทอยเหลืออยู่ เป็นเพราะในเพศชาย ผมทั้งสองส่วนนี้เป็นผมที่ถูกเรียกว่าเส้นผมถาวร เนื่องจากจะไม่มีการหลุดร่วงไปด้วยผลของฮอร์โมน DHT

ฮอร์โมน DHT จะไม่ส่งผลกับรากผมบริเวณหลังกกหูและท้ายทอย เนื่องจากในเพศชายรากผมบริเวณดังกล่าวจะไม่มี Androgen receptor ที่เป็นตัวรับฮอร์โมน DHT ทำให้ผมส่วนนี้จะไม่ร่วงไปจากผลของฮอร์โมน

เมื่อปลูกผมถาวร แพทย์ก็จะนำผมจากท้ายทอยออกมาปลูกในส่วนที่ศีรษะล้าน เพราะจะได้ผมถาวรที่ไม่หลุดร่วงไปเพราะผลของฮอร์โมน DHT อีกนั่นเอง

Female Pattern Baldness

หัวล้านพันธุกรรมในเพศหญิงพบได้10-40%ของประชากร อาการผมร่วงในเพศหญิงส่วนใหญ่มักจะเกิดเพราะระดับฮอร์โมนผิดปกติ โรคต่าง ๆ ความเครียด หรืออาการแพ้ยา

ลักษณะหัวล้านพันธุกรรมในเพศหญิง จะไม่มีศีรษะเถิกร่วมด้วย แต่จะมีอาการผมบางช่วงกลางศีรษะ และจะขยายพื้นที่ออกไปเรื่อย ๆ จนศีรษะล้าน หากศีรษะเถิกอยู่แล้ว จะเป็นมาตั้งแต่กำเนิด ไม่ได้เกิดจากผมร่วงกรรมพันธุ์แต่อย่างใด

อาการบ่งบอกหัวล้านกรรมพันธุ์

อาการเริ่มต้นของหัวล้านพันธุกรรม จะเริ่มจากการที่ผมร่วงเยอะมากกว่าปกติ ซึ่งสามารถสังเกตุได้ โดยการนับเส้นผมที่ร่วงในหนึ่งวัน หากร่วงเกินวันละ 100 เส้น จะถือว่าผมร่วงมากเกินไป และควรพบแพทย์เพื่อรักษาก่อนที่จะเป็นหนักขึ้นจนศีรษะล้าน

วิธีการนับเส้นผมอย่างง่าย : การวัดผมร่วงโดยการหวีผมหนึ่งนาที

หลังจากนั้น ถ้าเริ่มผมบางที่กลางศีรษะ เกิดศีรษะเถิกขึ้นในผู้ชาย ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไปว่าเกิดจากอะไร หากเกิดอาการแบบนี้ในผู้ชาย มีแนวโน้มที่จะเป็นอาการของหัวล้านพันธุกรรมได้มาก แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะหัวล้านพันธุกรรม

ทั้งนี้ผู้หญิงที่มีอาการนี้ก็ควรพบแพทย์อยู่ดี เพราะอาจจะเกิดจากโรคที่หนังศีรษะ อาการแพ้ยา ความเครียด หรืออาจจะเป็นผลข้างเคียงจากโรคร้ายอย่างโรคมะเร็งได้

หัวล้านพันธุกรรม ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาง่าย ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดปลูกผม เรียนรู้วิธีรักษาอาการผมร่วงวิธีอื่นๆ :

หัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้หญิง

หัวล้านพันธุกรรมในเพศหญิง เป็นสิ่งที่พบได้ 10-40% ของประชากร เนื่องจะแม้จะมียีนตัวเดียวกับยีนที่ทำให้ผมร่วงในเพศชายอยู่ แต่ในเพศหญิงมีระดับฮอร์โมน DHT น้อยมาก ทำให้ผลของ DHT แทบจะไม่มีผลกับผมเลย

ในผู้หญิงมีเทสโทสเตอโรน ที่เป็นฮอร์โมนตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมน DHT น้อยกว่าผู้ชาย อีกทั้งยังมีเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนไปเป็นฮอร์โมนตัวอื่น จึงยิ่งทำให้ DHT มีประมานน้อยเข้าไปอีก

นอกจากนี้ ในเพศหญิงยังมีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในปริมาณมาก โดยฮอร์โมนตัวนี้ เป็นฮอร์โมนที่จะทำให้เส้นผมแข็งแรง ไม่ขาดร่วงง่าย ฮอร์โมน DHT จึงมีผลกับผมน้อยลงไปอีก

ดังนั้นหัวล้านพันธุกรรมในเพศหญิงจะเกิดผลแค่ในกรณีที่ฮอร์โมนเพศไม่สมดุล มีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป ทำให้ฮอร์โมน DHT มีปริมาณสูง หรือการมีเอสโตรเจนในปริมาณน้อยเกินไป จนไม่มีฮอร์โมนที่คอยบำรุงผม

ซึ่งสาเหตุของระดับฮอร์โมนผิดปกติก็มักจะไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเช่นกัน แต่จะเกิดจากภาวะต่างๆ อย่างการเพิ่งคลอดบุตร ความเครียดสูง การทานยาที่ส่งผลกับฮอร์โมน หรือการเป็นโรคร้ายต่างๆอย่างโรคมะเร็ง ดังนั้นในผู้หญิงที่ผมร่วงมาก ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการผมร่วง จะได้รักษาอาการผมร่วงจากต้นเหตุต่อไป

การรักษาหัวล้านผู้หญิงสามารถแก้ได้ด้วยการปลูกผมถาวรเหมือนกับในเพศชาย แต่หากอาการผมบางไม่รุนแรงมาก แพทย์จะไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากจะยิ่งทำให้ศีรษะช้ำ และผมร่วงมากขึ้น อีกทั้งในเพศหญิงไม่ได้มีผมถาวรเหมือนในเพศชาย หากผมร่วงกรรมพันธุ์ ผมที่ท้ายทอยและหลังกกหูก็จะเส้นเล็ก และบางเหมือนกับผมในส่วนอื่น ๆ

ผมที่นำมาปลูกจึงจะมีความแข็งแรงไม่มากพอ และไม่ใช่ผมถาวร จึงสามารถร่วงได้อีกจากเหตุผลทางฮอร์โมนและกรรมพันธุ์หากไม่ดูแลรักษาให้ดี การปลูกผมในผู้หญิงจึงนิยมทำในกรณีที่ศีรษะเถิกโดยกำเนิดมากกว่า

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกผมผู้หญิง ปลูกผมทำอย่างไร ? เจ็บไหม ? ต่างจากปลูกผมถาวรในผู้ชายหรือเปล่า ? : ปลูกผม ผู้หญิง

สัญญาณหัวล้านกรรมพันธุ์ที่ควรพบแพทย์

วิธีแก้หัวล้านกรรมพันธุ์

หากผมเริ่มร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน ก็ควรเข้าพบแพทย์เลย เพราะยิ่งพบแพทย์เร็ว หาทางรักษาได้เร็ว จะยิ่งเป็นผลดี หากแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดผมร่วงกรรมพันธุ์แต่ที่หนังศีรษะยังมีรากผมอยู่ สามารถแก้ไขอาการผมบางได้จากการทานยา ฉีดสารธรรมชาติ หรือยิงเลเซอร์เพื่อกระตุ้นรากผมได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

หากศีรษะล้านจนเซลล์รากผมฝ่อ ผมไม่สามารถกลับมางอกได้ด้วยการกระตุ้นหนังศีรษะอีก แพทย์จะแนะให้แก้ปัญหาโดยการปลูกผมถาวร และถึงแม้จะปลูกผมไปแล้ว แต่ไม่มีการดูแลตนเองให้ดี ผมส่วนอื่นๆก็สามารถร่วงได้อีก

ถ้าผมร่วงจนต้องปลูกผมถาวรครั้งที่สอง ก็จะทำได้ยากขึ้น เนื่องจากรากผมบริเวณหลังกกหูและท้ายทอย อาจจะมีไม่เพียงพอ นอกจากนี้ การปลูกผมถาวรทำให้หนังศีรษะไม่แข็งแรงเท่าเดิม เมื่อต้องปลูกซ้ำ ผมที่ปลูกลงไปใหม่ก็อาจจะขึ้นได้ไม่ดีนัก

ดังนั้นหลังทำ ก็จะต้องดูแลตนเองไม่ให้เครียด ทานอาหารบำรุงผม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจจะต้องทานยาแก้หัวล้านกรรมพันธุ์ หรือกระตุ้นผมด้วยวิธีการต่างๆไปด้วย เพื่อให้โรคหัวล้านทางพันธุกรรม แสดงผลน้อยลงนั่นเอง

วิธีรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์

หัวล้านกรรมพันธุ์แก้ได้ไหม ? วิธีรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์นั้น ไม่มีวิธีรักษาที่ต้นเหตุ เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดจากยีนเด่นในโครโมโซม ซึ่งในทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่มีทางแก้ไขพันธุกรรมที่ปลอดภัย

ดังนั้นวิธีแก้หัวล้านกรรมพันธุ์ จึงต้องแก้ที่ปัจจัยอื่นๆ เช่นการใช้ยาแก้ผมร่วงเพื่อลดฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุทำให้ผมร่วง หรือใช้การปรับพฤติกรรมและการกระตุ้นรากผม เพื่อให้ผมและรากผมแข็งแรงขึ้น ฮอร์โมน DHT ทำให้ผมร่วงได้น้อยลง

รักษาด้วยยาแก้ผมร่วง

ยารักษาสำหรับแก้ผมร่วงนั้น มีทั้งที่เป็นยาลดระดับ DHT และยาสำหรับบำรุงรากผม โดยยาที่ใช้กันในปัจจุบันมี 2 ตัว คือยาไฟแนสเตอรายด์ และยาไมนอกซิดิวล์

ยาไฟแนสเตอรายด์ (Finasteride) เป็นยาที่จะไปขัดขวางกระบวนการเปลี่ยนเทสโทสเตอร์โรน ให้กลายเป็น DHT เมื่อ DHT น้อยลง ผมก็ร่วงและบางน้อยลง ทำให้หัวล้านกรรมพันธุ์มีอาการน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

ยาตัวนี้สามารถใช้ได้แค่ในเพศชาย เพราะในเพศหญิงจะมีผลข้างเคียงได้มาก ส่วนในผู้ชายเองก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน คือจะทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แต่ผลข้างเคียงดังกล่าวจะหายไปเมื่อหยุดใช้ยา หรือใช้ไปนานสักระยะหนึ่ง

ยาอีกตัวที่นิยมใช้กันคือ ยาไมนอกซิดิวล์ (Minoxidil) ยาตัวนี้จะไม่ได้มีผลกับสาเหตุของอาการผมร่วง หรือหัวล้านกรรมพันธุ์โดยตรง แต่ยาตัวนี้เป็นยาขยายหลอดเลือด ที่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่รากผมมากขึ้น เป็นการบำรุงรากผมให้ผลิตผมได้ดีขึ้น เพื่อลดผลของอาการผมร่วงและหัวล้านกรรมพันธุ์นั่นเอง

ยาตัวนี้มีทั้งแบบเม็ดและแบบทา ทั้งยังสามารถใช้ได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง

ไมนอกซิดิวล์อาจจะทำให้หนังศีรษะแห้ง แขนขาบวม หัวใจเต้นเร็ว ขนขึ้นในส่วนอื่นนอกจากผม เช่นหน้า หรือใบหู และอาจจะทำให้ผมร่วงในช่วงแรกที่ใช้ยาได้ด้วย

แม้ว่ายาแก้ผมร่วงจะถูกใช้เพื่อรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์อย่างแพร่หลาย และสามารถหาซื้อง่ายก็จริง แต่หากต้องการใช้ ก็จำเป็นต้องขอคำปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะต้องเลือกใช้ยาที่เหมาะกับปัญหาผมของเรามากที่สุด และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด หรือถ้าไม่สามารถใช้ยาเพื่อรักษาได้ แพทย์จะแนะนำวิธีการอื่นที่เหมาะสมให้กับคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับยาแก้ผมร่วง : ยาแก้ผมร่วง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

พฤติกรรมการใช้ชีวิตมีผลต่อผมอย่างมาก ดังนั้นหัวล้านกรรมพันธุ์รักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แม้การดูแลตัวเองจะแก้ไขโรคหัวล้านกรรมพันธุ์ที่สาเหตุไม่ได้ แต่สิ่งนี้สามารถทำให้ผมแข็งแรงขึ้นได้โดยไม่ต้องไปรักษากับแพทย์ ทำให้ผลมีผลกับฮอร์โมน DHT น้อยลง และสารอาหารบางชนิด ยังเป็นสารที่ช่วยลดระดับ DHT โดยธรรมชาติอีกด้วย

การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควรเริ่มจากการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากร่างกายแข็งแรง ระบบต่างๆในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ รากผมก็จะแข็งแรงไปด้วย เมื่อรากผมแข็งแรง ผมก็จะแข็งแรง ไม่บาง ไม่เปราะขาดง่าย

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำคือลดความเครียดลง ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนมากขึ้น เนื่องจากความเครียดมักจะส่งผลทั้งทางด้านจิตใจ และร่างกาย อาจจะทำให้ระบบบางอย่างในร่างกายทำงานผิดปกติด้วย เช่นระบบฮอร์โมนในร่างกาย ที่อาจจะเสียสมดุล และทำให้ผมร่วงได้

การปรับพฤติกรรมอีกอย่างคือพฤติกรรมการทานอาหาร ผู้ที่กำลังเป็นโรคหัวล้านกรรมพันธุ์ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

โปรตีนสำคัญต่อการสร้างผมอย่างมาก เพราะส่วนประกอบหลักของเส้นผมคือเคราติน ซึ่งเป็นสายโปรตีนที่จับตัวกันเป็นก้อน หากร่างกายได้รับโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นกับการงอกผมอย่างเพียงพอ ผมของเราก็จะเส้นหนาขึ้น แข็งแรงขึ้น ไม่ขาดร่วง ไม่กลับไปบางแบบเดิม

แร่ธาตุอีกตัวหนึ่งที่สำคัญมากคือซิงค์ เนื่องจากซิงค์มีผลในการขัดขวางกระบวนการสร้างฮอร์โมน DHT ดังนั้นซิงค์ หรือสังกะสีจึงเป็นแร่ธาตุที่เป็นตัวลดระดับฮอร์โมน DHT โดยธรรมชาตินั่นเอง

นอกจากสิ่งที่ควรทานแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรเลี่ยงด้วย อย่างอาหารรสจัด และอาหารไขมันสูง เพราะอาหารทั้งสองประเภทนี้จะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันสูง และทำลายเลือดฝอยที่จะไปเลี้ยงตามรากผมถูกทำลาย ทำให้รากผมอ่อนแอ และอาจจะฝ่อได้ในที่สุด

นอกจากนี้ อาหารไขมันสูงยังทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพิ่มขึ้น เมื่อสารตั้งต้นมากขึ้น DHT ก็ถูกผลิตมากขึ้น ยิ่งมีฮอร์โมน DHT มาก ผมก็จะยิ่งร่วงได้มากนั่นเอง

สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุแต่ละตัวบำรุงผมได้อย่างไร ? อาหารประเภทไหนที่บำรุงผมได้ดี ? : อาหารบำรุงผม

การทำเลเซอร์ผม

การทำเลเซอร์ เป็นทรีทเมนต์ผมอย่างหนึ่งที่นิยมทำกันมากเพื่อบรรเทา และป้องกันหัวล้านกรรมพันธุ์ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้รากผมแข็งแรงขึ้น โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่เจ็บตัวแม้แต่น้อย

การทำงานของเลเซอร์ คือแพทย์จะใช้คลื่นพลังงานต่ำยิงเข้าไปที่หนังศีรษะ คลื่นตัวนี้จะไปกระตุ้นรากผมและหนังศีรษะให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยที่คลื่นจะทำงานแค่ที่ชั้นผิวหนังตื้นๆ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงกับระบบอื่น ๆ หรือสมองเลย

เลเซอร์ที่นิยมทำกันมากคือเลเซอร์ LLLT ที่เป็นเลเซอร์แสงสีแดง เนื่องจากมีเครื่องเลเซอร์ขายอย่างแพร่หลาย สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยมีทั้งที่เป็นแบบหวี แบบหมวก หรือแบบเป็นแผงเครื่องใหญ่เลยก็มี

เลเซอร์ LLLT ทำให้ผมหนาขึ้นได้จริงหรือ ? เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่ : เลเซอร์ LLLT

เลเซอร์อีกตัวหนึ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ คือโฟโตน่าเลเซอร์ Absolute Hair Clinic เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำเลเซอร์ตัวนี้เข้ามา เป็นเลเซอร์ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยบริเวณรากผม ทำให้สารอาหารมาเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น จนทำให้ผมแข็งแรงขึ้นนั่นเอง

รู้จักกับโฟโตน่าเลเซอร์ เลเซอร์นวัตกรรมปลูกผมแบบใหม่จากต่างประเทศ : โฟโตน่า เลเซอร์

การฉีด PRP ผม

การฉีด PRP ผม หรือเรียกว่าการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น เป็นการรักษาปัญหาผมบางซึ่งกำลังจะกลายเป็นหัวล้านกรรมพันธุ์ ที่ได้ผลมาก

PRP (Platelet Rich Plasma) หรือเกล็ดเลือดเข้มข้น เป็นสารที่ได้จากการนำเลือดของผู้เข้ารับการรักษาเอง โดยแพทย์จะนำเลือดมาปั่นในเครื่องหมุนเหวี่ยงจนเข้มข้น แล้วฉีดเฉพาะส่วนที่เป็นเกล็ดเลือด และ Growth Factor กลับเข้าไปที่หนังศีรษะ

เพื่อให้รากผมได้สารอาหารที่มากขึ้น ทั้งยังไปกระตุ้นการทำงานของรากผม กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ การสร้างผม และการสร้างเส้นเลือดฝอยในบริเวณที่ฉีด เพื่อให้รากผมแข็งแรงขึ้น ผมที่สร้างเส้นใหญ่ หนา ไม่หลุดร่วงง่าย ปัญหาหัวล้านกรรมพันธุ์แสดงผลน้อยลง

นอกจากนี้การฉีด PRP ผมยังมีผลข้างเคียงที่น้อย และความเสี่ยงต่ำมาก เนื่องจากสารที่ฉีดเข้าไป เป็นเลือดที่มาจากร่วงกายของเราเอง จึงแทบไม่มีอันตรายเลย

สนใจฉีด PRP ผม ? เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ PRP ผมได้ที่นี่ : PRP ผม

นอกจากการฉีด PRP ผมแล้ว ยังมีสิ่งที่เรียกว่าการฉีดสเต็มเซลล์ผมด้วย การฉีดสเต็มเซลล์ผมคืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไร ? ได้ผลจริงหรือไม่ ? อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดสเต็มเซลล์ผม : ฉีดสเต็มเซลล์ผม

การผ่าตัดปลูกผม

การผ่าตัดปลูกผม (Hair Transplant) เป็นการแก้ปัญหาหัวล้านกรรมพันธุ์ในกรณีที่ไม่สามารถกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ได้ วิธีการรักษาคือการนำรากผมบริเวณหลังกกหูและท้ายทอยมาปลูกในตำแหน่งใหม่ที่ผมบางจนเห็นหนังศีรษะ เช่นบริเวณกลางศีรษะ และบริเวณหน้าผาก

แม้จะชื่อว่าการผ่าตัดปลูกผม แต่การผ่าตัดเป็นเพียงการผ่าตัดเล็ก ที่แพทย์จะใช้ยาชาในทุกขั้นตอนที่ทำ ดังนั้นในขั้นตอนการปลูกผม และหลังปลูกผมจะไม่เจ็บเลย ทั้งยังใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1 – 2 วันหลังทำเท่านั้น

ผมที่ได้หลังทำก็เป็นเส้นผมถาวร ที่แม้จะถอน หรือหลุดออกไปตามวงจรของเส้นผม ก็จะสามารถขึ้นได้ใหม่เหมือนกับผมปกติ ทั้งยังไม่ร่วงซ้ำจากฮอร์โมน DHT ด้วย

การผ่าตัดปลูกผมมีหลายวิธี ดังนี้

  1. การปลูกผม FUT เป็นการปลูกผมที่แพทย์จะนำรากผมออกมาปลูกด้วยการนำรากผมและหนังศีรษะบางส่วนมาตัดแบ่งให้เป็นกอเล็กๆ แล้วปลูกกลับเข้าไปในตำแหน่งใหม่
  2. การปลูกผม FUE เป็นการปลูกผมที่แพทย์จะเจาะรากผมออกมาด้วยเครื่องมือเฉพาะ ให้ได้เฉพาะตัวส่วนที่เป็นรากผมออกมา ก่อนจะนำไปปลูกในตำแหน่งที่ต้องการ
    • การปลูกผม Long hair FUE เป็นการปลูกผมโดยใช้รากผมของผมที่มีขนาดยาวในการปลูกผม เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากให้ผมยาวทันทีหลังปลูก

เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกผมแต่ละแบบโดยละเอียดที่นี่ :

รักษาหัวล้านกรรมพันธุ์ ที่ไหนดี

การเลือกคลินิกเพื่อรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์ เป็นเรื่องที่สำคัญมากทั้งกรณีที่เพิ่งเริ่มเป็น และกรณีที่ศีรษะล้านแล้ว

หากเพิ่งเริ่มเป็นแล้วรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ผู้เข้ารับการรักษาจะไม่เสียโอกาสที่จะมีผมสุขภาพดีไป เพราะการรักษาผมให้หนา ทำได้ง่ายกว่าการกู้คืนผมที่บางไปแล้ว

หากหัวล้านกรรมพันธุ์ลุกลามจนต้องปลูกผมถาวร การเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากการปลูกผมให้สวย และออกมาดูเป็นธรรมชาติ แพทย์ต้องเชี่ยวชาญจริง และมีประสบการณ์สูง หากออกมาไม่สวย การปลูกผมแก้จะทำให้ผมขึ้นยากกว่าการปลูกผมครั้งแรก แถมยังสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุด้วย

ดังนั้นคลินิกปลูกผมที่ควรเลือก คือคลินิกที่รักษาทุกเคสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีอุปกรณ์ครบครัน เครื่องมือทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สะดวกสบาย เดินทางง่าย เพื่อให้ผู้เข้าการรักษามีความเสี่ยงจากการรักษาน้อยที่สุด และทำให้การรักษาเห็นผลได้มากที่สุด

Checklist การเลือกคลินิกปลูกผม คลินิกที่ดีควรเป็นอย่างไร ? : ปลูกผม ที่ไหนดี

ให้ Absolute Hair Clinic เป็นหนึ่งในตัวเลือกคลินิกรักษาปัญหาหัวล้านกรรมพันธุ์ของคุณ

  • ทีมแพทย์จาก Absolute Hair Clinic คือผู้เชี่ยวชาญสายตรงด้านเส้นผม เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งในไทย และระดับโลกมากมาย
  • อุปกรณ์ทุกชิ้นได้มาตรฐาน นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับระดับโลก
  • แพทย์ให้คำปรึกษา และรักษาเองทุกเคส ไม่ปล่อยให้ทีมงานทำกันเอง
  • ปลูกผมโดยแพทย์ประสบการณ์สูง ยืนยันผลลัพธ์ประสิทธิภาพสูง เห็นผลจริงอย่างชัดเจน
  • รับรองประสิทธิภาพด้วยผลการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลก

รู้จักกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งผลงานของแพทย์แต่ละท่านจาก Absolute Hair Clinic :

คำถามที่พบบ่อย

หากคนในครอบครัวศีรษะล้าน เราจะเป็นด้วยไหม

หากมองแค่ทางพันธุกรรม การที่ครอบครัวของคุณมีคนที่ศีรษะล้าน คุณก็มีโอกาสที่ศีรษะจะล้านไปด้วย โดยในผู้ชายต้องดูจากอิทธิในฝั่งแม่ หากพ่อของแม่ หรือตาของคุณศีรษะล้าน คุณก็มีโอกาสที่จะศีรษะล้านไปด้วยได้

หากเป็นผู้หญิง ยีนหัวล้านกรรมพันธุ์จะสามารถมาได้จากทั้งทางฝั่งพ่อและฝั่งแม่ แต่ผู้หญิงมีโอกาสหัวล้านกรรมพันธุ์น้อยกว่าผู้ชาย แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะมียีนหัวล้านกรรมพันธุ์ก็ตาม ดังนั้นหากไม่มีความผิดปกติที่ระดับฮอร์โมนหรือปัจจัยอื่นๆ ยีนหัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้หญิงจะไม่แสดงผล

ทั้งนี้ หัวล้านกรรมพันธุ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมียีนอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การดูแลตัวเอง ความเครียด และโรคต่างๆด้วย ดังนั้นหากดูแลตัวเองให้ดี ยีนหัวล้านกรรมพันธุ์ก็จะมีผลทำให้ผมร่วงได้น้อยลง

หัวล้านกรรมพันธุ์ เริ่มตั้งแต่อายุเท่าไหร่

หากเป็นผมร่วงปกติ ในผู้ชายจะเริ่มร่วง และบางลงในช่วงอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ถ้าในผู้หญิงก็จะเป็นช่วง 35 ปีขึ้นไป แต่ในกรณีที่ผมร่วงจากหัวล้านกรรมพันธุ์ ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ผมจะสามารถร่วงได้ตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี

ถ้าผู้ที่หัวล้านกรรมพันธุ์ยังมีอายุน้อย แพทย์จะให้รักษาด้วยวิธีการอื่นๆที่ไม่ใช่การผ่าตัดปลูกผมไปก่อน เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ผมก็อาจจะร่วงได้อีก และการปลูกผมหลายๆครั้ง ก็จะทำให้การปลูกผมครั้งหลังๆได้ผลน้อยลงด้วย

แต่อาการผมร่วงกรรมพันธุ์จะรุนแรงขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง ความเครียด และโรคต่างๆ หากดูแลตัวเองดี หัวล้านกรรมพันธุ์จะส่งผลได้ไม่มาก สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการบำรุงรากผม หรือกินยา โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดปลูกผม

สรุปเรื่อง ‘หัวล้านกรรมพันธุ์’

หัวล้านกรรมพันธุ์เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ไม่ได้มีวิธีรักษาที่ต้นเหตุ แต่สามารถรักษาได้โดยการลดปัจจัยอื่นๆที่จะทำให้ผมร่วงเพิ่ม อย่างการลดฮอร์โมน DHT หรือการรักษาผมให้แข็งแรง เพื่อให้ผมทนทานต่อผลของยีนหัวล้านกรรมพันธุ์

หากคุณสงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นโรคหัวล้านกรรมพันธุ์ หรือกำลังผมร่วงมากอย่างไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหา และวิธีการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางที่เหมาะกับคุณมากที่สุด เพื่อให้หัวล้านกรรมพันธุ์แสดงผลน้อย ทำให้คุณยังคงมีผมที่หนา และสุขภาพดีอยู่เสมอ

ปรึกษาแพทย์จาก Absolute Hair Clinic เกี่ยวกับอาการหัวล้านกรรมพันธุ์ ก่อนสายเกินแก้ : Line: @Absolutehairclinic