รวมทริค 7 วิธีกําจัดรังแคให้หายขาด ฉบับง่าย ขจัดรังแคแบบเร่งด่วน!

รวมทริค 7 วิธีกําจัดรังแค

รังแคเยอะ เป็นปัญหากวนใจของใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะทำให้ดูบุคลิคภาพไม่ดี ไม่น่ามอง เสียความมั่นใจในตนเองแล้วยังทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ และหากปล่อยไว้ไม่รักษารังแค จนเกิดปัญหารังแคเรื้อรังก็อาจนำมาสู่ปัญหาใหญ่ต่อไปคือ ภาวะผมร่วง อาการหนังศีรษะอักเสบ และเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ 

แล้วจะมีวิธีอะไรบ้างที่สามารถรักษารังแคให้หายขาด ในบทความนี้ทาง Absolute Hair Clinic จะมาให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรังแคถึงสาเหตุของการเกิดรังแค อาการแบบนี้ใช่รังแคหรือไม่ รวมทั้งวิธีกำจัดรังแคอย่างง่าย ที่แค่ปรับพฤติกรรมบางอย่างก็กำจัดรังแคที่เป็นปัญหากวนใจได้

สารบัญบทความ



รู้ทันสาเหตุของรังแค

ก่อนอื่นควรทราบว่ารังแคเป็นเซลล์ผิวหนังศีรษะที่หลุดลอกออกมาเมื่อมีการผลัดเซลล์ผิว โดยปกติแล้วเซลล์ผิวหนังศีรษะจะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก และแทนที่ด้วยเซลล์ผิวหนังศีรษะใหม่ แต่หากการผลัดเซลล์ผิวหนังศีรษะเกิดความผิดปกติขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ก็จะทำให้เซลล์ผิวหนังศีรษะเกิดหลุดลอกออกมาบ่อยและมากกว่าปกติ หรือที่เราเรียกกันว่ารังแคนั่นเอง 

หากเราทราบถึงสาเหตุของการเกิดรังแค ก็จะสามารถหาวิธีลดรังแค หรือวิธีกำจัดรังแคได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ดังนั้นปัจจัยหรือสาเหตุของการเกิดรังแคมีอยู่หลายสาเหตุ ดังนี้

1. เชื้อรามาลาสซีเซีย (Malassezia)

Malassezia sp. เป็นสกุลเชื้อราที่สามารถพบได้บนผิวหนังของสัตว์หลาย ๆ ชนิดรวมถึงผิวหนังมนุษย์ ซึ่งปกติแล้วเจ้าเชื้อรามาลาสซีเซียนี้จะอยู่อาศัยบนผิวหนังของสัตว์และมนุษย์จำนวนหนึ่งโดยที่ไม่ก่ออันตรายใด ๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีสิ่งกระตุ้นให้เชื้อรามาลาสซีเซียเกิดเพิ่มจำนวนมากผิดปกติก็สามารถก่อโรคได้

ชนิดของเชื้อรามาลาสซีเซียที่พบบนหนังศีรษะคือมาลาสซีเซีย โกลโบซา (Malassezia Globosa) โดยอาหารของเชื้อรามาลาสซีเซียก็คือน้ำมันบนหนังศีรษะของเรา เมื่อใดที่ร่างกายเกิดสร้างน้ำมันบนหนังศีรษะมากเกินความจำเป็น ไม่ว่าจะพฤติกรรมการสระผมที่ถี่หรือน้อยจนเกินไป หรือโรคและฮอร์โมนต่าง ๆ ก็จะทำให้เจ้าเชื้อรามาลาสซีเซียนี้มีอาหารมาก และสามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้มากขึ้นนั่นเอง

และเมื่อเชื้อรามาลาสซีเซียที่มีจำนวนมากขึ้นต่างแย่กันกินน้ำมันบนหนังศีรษะจนน้ำมันบนหนังศีรษะหมดไป ร่างกายก็จะสร้างกรดไขมันโอเลอิก (Oleic Acid) ขึ้นมาและทำให้หนังศีรษะเกิดอาการระคายเคือง และเกิดอาการหนังศีรษะอักเสบขึ้น 

สุดท้ายเมื่อหนังศีรษะเกิดการระคายเคือง ร่างกายจะทำการผลัดเซลล์ผิวหนังศีรษะเร็วและมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นรังแคนั่นเอง

2. หนังศีรษะอักเสบจากการแพ้

ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นผมและหนังศีรษะที่ต้องใช้เป็นประจำอย่างแชมพู ครีมนวดผม หรือที่ใช้บ้างเป็นบางครั้งอย่างน้ำยาย้อมผม น้ำยาดัดผม สเปรย์หรือเจลตกแต่งทรงผมมักจะมีส่วนประกอบเป็นสารเคมี ที่สามารถก่ออาการระคายเคืองแก่หนังศีรษะได้ ในบางรายที่แพ้สารก่อระคายเคืองเหล่านี้ก็จะทำให้ผิวหนังศีรษะอักเสบ และเกิดการลอกของหนังศีรษะหรือรังแคได้

3. หนังศีรษะอักเสบจากโรคต่างๆ

โรคบางอย่างสามารถก่อให้เกิดอาการอักเสบของผิวหนังได้ รวมถึงหนังศีรษะอักเสบ และก่อให้เกิดรังแคเยอะนั่นเอง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคพาร์กินสัน โรคเอดส์ เป็นต้น

4. ปัญหาความชุ่มชื้นของหนังศีรษะ

สาเหตุที่พบได้บ่อยของผู้ที่เป็นรังแคบนหนังศีรษะก็มาจากผิวหนังศีรษะเกิดขาดความชุ่มชื้น ไม่ว่าจะเกิดจากสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง ความชื้นในอากาศน้อย หรือจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผมและหนังศีรษะที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น แชมพูที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ และสารก่อระคายเคืองอื่น ๆ ในปริมาณมาก น้ำยาย้อมผม น้ำยาดัดผม สเปรย์และเจลตกแต่งทรงผม เป็นต้น ก็จะทำให้น้ำมันบนหนังศีรษะลดลง เกิดผิวหนังศีรษะแห้งและหลุดลอกออกมามากกว่าปกตินั่นเอง


อาการของรังแคเป็นอย่างไร

มีรังแคทำไงดี ? ก่อนเราจะมาหาวิธีกำจัดรังแคบนหัวต้องทราบก่อนว่ารังแคบนหนังศีรษะสามารถแบ่งได้ 2 ชนิดตามลักษณะอาการของรังแค โดยแต่ละชนิดก็มีอาการ มีวิธีขจัดรังแคที่ต่างกันไป ดังนี้

อาการรังแคแห้ง

อาการรังแคแห้ง

รังแคแห้งมีลักษณะเป็นแผ่นเล็ก ๆ สีขาว เกาะอยู่ตามเส้นผมหรือร่วงอยู่บนไหล่ รังแคแห้งมักเกิดจากการที่ผิวหนังศีรษะเกิดเสียความชุ่มชื้นไปจากการที่มีน้ำมันบนหนังศีรษะน้อยกว่าปกติ 

โดยสาเหตุอาจมาจากการอยู่ที่สภาพภูมิอากาศที่แห้งและเย็น หรือชอบอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศบ่อย ๆ หรือจากการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง สูญเสียน้ำมันบนหนังศีรษะไปมาก เมื่อหนังศีรษะแห้งก็ทำให้เกิดการหลุดของเซลล์ผิวหนังศีรษะออกมาได้ง่ายและเร็วกว่าปกติ ก่อเป็นรังแคแห้งนั่นเอง

อาการรังแคเปียก

อาการรังแคเปียก

รังแคเปียกมีลักษณะเป็นแผ่นหนาและใหญ่กว่ารังแคแห้ง มีสีเหลืองและเหนียว โดยรังแคเปียกเกิดได้จากการที่หนังศีรษะมีน้ำมันบนหนังศีรษะมากเกินกว่าปกติ และทำให้เชื้อรามาลาสซีเซียที่เป็นเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนังของเราอยู่แล้วได้รับอาหารอย่างน้ำมันบนหนังศีรษะมากกว่าปกติ จนสามารถเพิ่มจำนวนได้มาก 

เมื่อเชื้อราบนหนังศีรษะมีจำนวนมากร่างกายก็จะสร้างกรดไขมันโอเลอิก ทำให้เกิดอาการอักเสบบนหนังศีรษะและเกิดการระคายเคือง เมื่อหนังศีรษะเกิดการระคายเคืองก็จะทำให้การผลัดเซลล์ผิวหนังศีรษะมากกว่าปกติ เกิดเป็นรังแคเปียกนั่นเอง


แนะนำ 7 วิธีกำจัดรังแค ฉบับง่าย

เป็นรังแคใช้อะไรหาย คำถามเบสิคของผู้ที่เป็นรังแค อย่างที่ทราบกันแล้วว่าสาเหตุการเกิดรังแคส่วนมากเกิดจากการขาดสมดุลของน้ำมันบนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะน้อยไปหรือมากไปก็สามารถทำให้เกิดรังแคบนหนังศีรษะได้ 

ดังนั้นวิธีแก้รังแคจึงสามารถทำได้โดยการทำให้น้ำมันบนหนังศีรษะกลับมาอยู่ในภาวะสมดุลนั่นเอง Absolute Hair Clinic ขอแนะนำ 7 วิธีกำจัดรังแค ฉบับง่ายที่ทำได้แค่การปรับพฤติกรรมก็ช่วยให้ท่านโบกมือลาปัญหารังแคไปได้เลย

1. เลือกใช้แชมพูขจัดรังแคโดยเฉพาะ

เลือกใช้แชมพูขจัดรังแคโดยเฉพาะ

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่พอรู้ตัวว่ามีรังแคบนหนังศีรษะก็จะไปหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่สามารถกำจัดรังแคอย่างแชมพูขจัดรังแคมาใช้กัน แต่ทราบหรือไม่ว่า ไม่ใช่ว่ารังแคทุกประเภทจะเหมาะกับการใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูขจัดรังแคเสมอไป หากการเกิดรังแคเกิดจากการที่หนังศีรษะแห้ง หรือรังแคแห้ง การใช้แชมพูขจัดรังแคก็จะไม่ใช่วิธีทำให้รังแคหายไป หนำซ้ำยังเร่งให้เกิดรังแคเยอะกว่าเดิมอีกด้วย

แต่ถ้าการเกิดรังแคของท่านเกิดจากการที่หนังศีรษะมีน้ำมันมากเกินไป หรือรังแคเปียก การใช้แชมพูขจัดรังแคก็นับเป็นวิธีกำจัดรังแคที่ทำได้ง่ายและให้ประสิทธิภาพดี

อย่างไรก็ตามก่อนจะเลือกใช้แชมพูขจัดรังแคควรเลือกแชมพูที่มีส่วนผสมที่ช่วยต่อการรักษารังแค ดังนี้

  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole), ซิงค์ไพริไธโอน (Zinc Pyrithione), ไพรอกโทน โอลามีน (Piroctone Olamine) และ ซีลีเนียมซัลไฟด์ (Selenium Sulfide) สารประกอบเหล่านี้ใช้ลดจำนวนของเชื้อรามาลาซีเซียที่มีมากเกินไปได้
  • น้ำมันดิน (Coal Tar) ช่วยให้เซลล์ผิวหนังศีรษะเกิดการผลัดเซลล์ช้าลง
  • ที ทรีออยล์ (Tea Tree Oil) ช่วยลดและควบคุมความมันบนหนังศีรษะ

นอกจากจะต้องดูส่วนผสมที่ควรมีในแชมพูขจัดรังแคแล้ว ควรดูถึงส่วนผสมที่ไม่ควรใช้ หรือควรหลีกเลี่ยงอย่าง Sodium Lauryl Sulfate (SLS) เป็นกลุ่มสารลดแรงตึงผิวที่มักใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สามารถขจัดน้ำมันออกได้มาก หากในแชมพูขจัดรังแคมีการใช้สาร SLS ที่มากไปก็จะทำให้หนังศีรษะแห้งและเกิดรังแคขึ้นมากกว่าเดิมได้

วิธีขจัดรังแคให้หายขาดด้วยการใช้แชมพูขจัดรังแคสามารถทำได้ แต่ควรใช้ตามคำแนะนำข้างขวดผลิตภัณฑ์ หากใช้ไม่ต่อเนื่องก็สามารถทำให้กลับมาเป็นรังแคได้อีก หรือหากใช้มากเกินไปก็จะทำให้หนังศีรษะแห้งเกินและก่อให้เกิดรังแคเยอะกว่าเดิม

2. หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรงเกินไป

หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรงเกินไป

เมื่อเกิดรังแค สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่มีรังแคชอบทำคือการเกาหนังศีรษะ เนื่องจากหนังศีรษะแห้งและคันนั่นเอง แต่การเกาหนังศีรษะนอกจากจะยิ่งเป็นการเร่งให้รังแคร่วงหนักกว่าเดิมแล้ว ยังอาจทำให้ผมร่วง  หนังศีรษะอักเสบหรือเกิดการติดเชื้ออีกด้วย

3. สระผมให้ถูกวิธี

สระผมให้ถูกวิธี

หนึ่งในวิธีกำจัดรังแคบนหัวที่ทำได้ง่ายมากคือการรักษาความสมดุลของน้ำมันบนหนังศีรษะด้วยการสระผมให้ถูกวิธีนั่นเอง หากไม่ค่อยสระผมก็จะทำให้น้ำมันบนหนังศีรษะมากจนเชื้อรามาลาซีเซียมากเกินไปและเกิดการอักเสบของหนังศีรษะจนเกิดรังแคเปียกขึ้น หรือหากสระผมบ่อยเกินไปก็จะทำให้สูญเสียน้ำมันบนหนังศีรษะมาก หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้น จึงทำให้หนังศีรษะแห้งและลอกเป็นรังแคแห้ง

ดังนั้นควรสระผมอย่างพอดี เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำมันบนหนังศีรษะเกิดขาดสมดุล โดยแนะนำประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวันนั่นเอง และการสระผมควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องไม่ควรใช้น้ำร้อน เนื่องจากน้ำร้อยจะยิ่งเร่งให้หนังศีรษะแห้งขึ้น นอกจากนี้ควรระวังการขยี้ผม เกาหนังศีรษะระหว่างสระผมอย่างรุนแรง เนื่องจากจะทำให้หนังศีรษะอักเสบได้

4. ควรเช็ดผมหรือเป่าผมให้แห้งทุกครั้งหลังสระผม

ควรเช็ดผมหรือเป่าผมให้แห้ง

หลังสระผมเสร็จควรทำให้ผมและหนังศีรษะแห้งทุกครั้ง เพื่อไม่ให้หนังศีรษะเกิดความชื้นมากเกินไปจนทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมในการเจริญของเชื้อราจนเกิดอาจเกิดเป็นโรคเชื้อราบนหนังศีรษะได้ แต่การทำให้ผมและหนังศีรษะแห้งควรทำด้วยการใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดเช็ดเบา ๆ หรือเป่าลมอุณหภูมิปกติ ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมอุณหภูมิสูงเนื่องจากจะทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไป

5. เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

วิธีขจัดรังแคแบบธรรมชาติที่หลายคนอาจไม่นึกถึงนั่นก็คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง ในอาหารบางชนิดก็จะมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและเส้นผม เมื่อผิวหนังและเส้นผมแข็งแรงก็จะเป็นการลดรังแคลงได้ 

ยกตัวอย่างเช่น อาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันดี อย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยป้องกันไม่ให้หนังศีรษะแห้ง วิตามินบีที่มีประโยชน์ต่อผิวหนังและเส้นผม และแร่ธาตุอย่างสังกะสีที่ช่วยให้ต่อมไขมันทำงานปกติ และภูมิคุ้มกันแข็งแรง

6. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับหนังศีรษะและเส้นผม

หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี

ในผู้ที่เป็นรังแค หากต้องการรักษารังแคให้หายขาด ควรหลีกเลี่ยงการใช้เคมีกับเส้นผมและหนังศีรษะอย่างการทำสีผม การดัดผม หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผม เนื่องจากในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบด้วยสารเคมีที่ก่อการระคายเคืองกับหนังศีรษะมาก จนก่อให้เกิดรังแคขึ้นได้

7. รักษาความสะอาดของหวีและอุปกรณ์ทำผมอยู่เสมอ

รักษาความสะอาดของหวีและอุปกรณ์

เชื่อว่าข้อนี้หลาย ๆ คนมักมองข้ามความสำคัญไป แต่การทำความสะอาดหวีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อกับผมและหนังศีรษะเป็นประจำนั้นช่วยลดการสะสมของเชื้อราที่ตกค้างบนอุปกรณ์เหล่านั้นที่จะนำไปใช้กับผมและหนังศีรษะต่อได้


รังแคเยอะ กำจัดไม่หาย เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

เป็นรังแคหนักมาก ใช้ทุกวิธีกำจัดรังแคแล้วก็ไม่หายไม่ดีขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการเกิดรังแคเรื้อรัง หรือมีสาเหตุของการเกิดรังแคที่ไม่ได้มาจากการขาดสมดุลของน้ำมันบนหนังศีรษะ หากลองรักษารังแคด้วยตนเองแล้วเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วรังแคยังไม่ลดลง อาจต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจหาสาเหตุของรังแค วินิจฉัย และวางแผนการรักษาต่อไป


ข้อสรุป

รังแคเป็นเพียงการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังศีรษะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดกับใครก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามถึงการเกิดรังแคจะไม่ใช้โรคอันตรายแต่ก็สร้างบุคลิคภาพที่ไม่ดี และทำให้สูญเสียความมั่นใจได้ นอกจากนี้หากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดอาการเรื้อรังก็อาจนำมาสู่โรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นหากรู้ตัวว่าเริ่มมีรังแคควรรีบหาวิธีกำจัดรังแคและรักษารังแคแต่แรก เพื่อไม่ให้เกิดอาการเรื้อรัง แต่หากลองใช้วิธีกำจัดรังแคทุกวิธีแล้วก็ยังไม่สามารถลดปริมาณรังแคลงได้อาจต้องเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การรักษารังแคเป็นไปได้อย่างตรงจุด 

หากท่านมีข้อสงสัย อยากขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทาง Absolute Hair Clinic ยินดีให้บริการ ท่านสามารถส่งข้อความหรือรูปเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ Line: @Absolutehairclinic


 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณเองได้โดยการคลิกตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยการเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจของคุณ หากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของคุณได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า