สระผมทุกวันดีไหม ? ควรสระผมบ่อยแค่ไหน ถึงจะไม่ทำให้ผมร่วง ผมเสีย

สระผมทุกวันดีไหม

สระผมทุกวันดีไหม? คำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ เนื่องจากบางคนมองว่าการสระผมเหมือนกันการอาบน้ำ ที่ควรทำทุกวันเพื่อรักษาความสะอาด แต่จริงๆแล้ว การสระผมทุกวันดีจริงๆหรือ?

สระผมทุกวันดีไหม

สระผมทุกวันดีไหม? คำตอบของคำถามนี้ จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ว่าคุณมีสภาพเส้นผมแบบไหน หนังศีรษะมันมากหรือเปล่า สูตรแชมพูและครีมนวดที่ใช้ สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในคนส่วนใหญ่ที่เส้นผมและหนังศีรษะอยู่ในสภาวะปกติ การสระผมทุกวันนั้นไม่ดี และส่งผลเสียต่อเส้นผมมากกว่าผลดี

โดยปกติแล้วที่รูขุมขนบนหนังศีรษะจะมีต่อมไขมันอยู่ ต่อมไขมันดังกล่าวทำหน้าที่สร้างน้ำมันออกมาเคลือบเส้นผมและหนังศีรษะไว้ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับหนังศีรษะและเส้นผมได้นาน

ข้อดีของการสระผมทุกวัน คืออาจจะทำให้รู้สึกสะอาด เบาสบายศีรษะ จากการล้างน้ำมันที่เคลือบผมไว้ออกไป แต่ผลเสียของการสระผมทุกวัน คือการนำน้ำมันบนหนังศีรษะออกไปเกินความจำเป็น ทำให้ศีรษะแห้ง ต้นเหตุของการเกิดรังแค ผมเปราะขาดและแตกปลาย

นอกจากนี้การสระผมทุกวันยังทำให้ผมมันได้เช่นกัน เพราะเมื่อหนังศีรษะแห้งเกินไปจนความมันบนหนังศีรษะเสียสมดุล ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบางคนสระผมทุกวัน ผมมันกว่าเดิม

แล้วสระผมทุกวันผมเสียไหม? การสระผมทุกวันทำให้ผมเสีย นอกจากจะสูญเสียความชุ่มชื้นแล้ว การสระผมบ่อยๆ เช็ดผม ขยี้ผม หวีผมขณะเปียก หรือเป่าผมด้วยลมร้อน จะเป็นการทำลายเคลือบผมชั้นนอกที่เรียกว่า “Cuticle” จนผมเสีย ทำให้เส้นผมขาดความชุ่มชื้น เปราะแตก หรือขาดง่ายกว่าที่เคย

ควรสระผมบ่อยแค่ไหน

หากคำตอบของคำถามที่ว่า สระผมทุกวันดีไหม คือการสระผมทุกวันเป็นสิ่งไม่ดี แล้วจริงๆควรสระผมบ่อยแค่ไหน? 

ควรสระผมบ่อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะเส้นผมและหนังศีรษะ หรือองค์ประกอบต่างๆเช่นกัน โดยสภาพอากาศเป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญ 

ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหนาว อย่างยุโรป หรือประเทศที่อยู่ซีกโลกเหนืออื่นๆ นิยมสระผมกันเพียงสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งเท่านั้น เนื่องจากอากาศหนาวและแห้ง ทำให้ความมันบนหนังศีรษะน้อย ดูดซับสิ่งสกปรกได้น้อยกว่า การสระผมบ่อยเกินไปเป็นการล้างความมันบนหนังศีรษะที่มีหน้าที่เก็บกักความชุ่มชื่นโดยไม่จำเป็น การสระผมบ่อยจึงเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ส่วนประเทศไทยที่อยู่ในเขตร้อนชื้น ควรสระผมสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน เพื่อทำความสะอาดความมันส่วนเกิน ล้างสิ่งสกปรกที่สะสมบนหนังศีรษะ ขจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียบนศีรษะให้มีจำนวนน้อยลง

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม หรือปัจจัยอื่นๆด้วย ในตอนแรกอาจจะลองสระผมวันเว้นวันก่อน หากผมแห้งหรือมันมากเกินไปให้ปรับความถี่ให้มากขึ้นหรือน้อยลงตามความเหมาะสม เพื่อหาความถี่ในการสระผมที่พอดีกับตนเองมากที่สุด

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความถี่ในการสระผม

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่อดูว่าจริงๆแล้วตนเองสระผมทุกวันดีไหม คือปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ประเภทของหนังศีรษะ

ผมมัน สระผมทุกวันดีไหม

ต้องพิจารณาดูว่าหนังศีรษะแห้งหรือมันขนาดไหนหลังจากสระผม และเมื่อสระผมไปแล้ว ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าผมจะมันอีกครั้ง

หากผมมันง่าย มันเร็ว มีต้นเหตุหลายอย่าง ทั้งกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน และโรคบางอย่าง หากเกิดจากสาเหตุเหล่านี้อาจจะต้องสระผมทุกวันเพื่อควบคุมความมัน แล้วใช้ครีมนวดหรือทรีทเมนต์ผมเพื่อทดแทนความชุ่มชื้นที่เสียไป

หรือในกรณีที่ผมมันเพราะหนังศีรษะเสียสมดุลความมันจากหนังศีรษะแห้งมากเกินไป ก็ควรลองปรับพฤติกรรมการสระผมดู ให้สระผมน้อยลง หรือเปลี่ยนไปใช้ยาสระผมสูตรเพิ่มความชุ่มชื้นในระยะหนึ่ง หากความมันค่อยๆดีขึ้น แสดงว่าสมดุลของความมันบนหนังศีรษะกำลังดีขึ้น

 2. สภาพเส้นผม

ผมหยิก สระผมทุกวันดีไหม

สภาพเส้นผม ผมบาง ผมหนา ผมตรง ผมหยิก มีผลกับความถี่ในการสระผมทั้งสิ้น

คนที่ผมบางมักจะผมมันเร็วกว่าคนผมหนา เนื่องจากหากต่อมไขมันผลิตน้ำมันในปริมาณเท่ากัน คนที่ผมบาง หรือจำนวนเส้นผมน้อย จะมีผมไว้ดูดซับความมันค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคนผมหนา คนผมบางจึงผมมันง่าย และต้องสระผมบ่อยๆ

ส่วนคนที่ผมหยิก มักผมมันยากกว่าคนผมตรง เนื่องจากน้ำมันแพร่กระจายได้ยากกว่า อีกทั้งคนผมหยิกยังมีผมที่ดูฟูตลอดเวลา ทำให้สังเกตถึงความมันยากนั่นเอง

3. การใช้ชีวิตประจำวัน

เหงื่อเยอะ สระผมทุกวันดีไหม

การใช้ชีวิตค่อนข้างสำคัญในการพิจารณาว่าสระผมทุกวันดีไหม เนื่องจากสิ่งแวดล้อมการอยู่อาศัย ไปจนถึงกิจกรรมที่ทำ มีผลต่อความถี่ในการสระผมทั้งสิ้น

หากอยู่อาศัยในที่ร้อนชื้น มีฝุ่น ควัน และมลภาวะมาก ก็ควรสระผมบ่อยกว่าผู้ที่อยู่ในอากาศหนาว แห้ง และมลภาวะน้อย เนื่องจากผู้ที่อยู่ในที่ร้อนชื้นต้องคอยล้างสิ่งสกปรกและคราบเหงื่อไคลออกจากผมอยู่เสมอ

ส่วนกิจกรรม ผู้ที่ทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก เช่น ออกกำลังกายบ่อยๆ หรือเล่นกีฬาอยู่เสมอ จะต้องสระผมบ่อยๆ เนื่องจากเหงื่อและความมันจะออกมามาก ทำให้ผมสกปรกและมีกลิ่นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป 

ผู้ที่ทำกิจกรรมทางน้ำเองก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ จะเต็มไปด้วยเชื้อโรคและแบคทีเรีย เมื่อไหร่ที่ผมถูกน้ำก็ควรสระผมเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ และควบคุมจำนวนเชื้อโรคและแบคทีเรียบนหนังศีรษะ

4. เส้นผมที่ผ่านการทำเคมี

ผมเสีย สระผมทุกวันดีไหม

คนที่ผมเสียมักจะผมมันยาก เนื่องจากน้ำมันแพร่กระจายในผมเสียได้ไม่ดี ทำให้ผมแห้ง ชี้ฟู แตกปลายได้ง่าย แต่ผู้ที่ผมเสียควรจะต้องสระผมบ่อยขึ้นแม้ผมจะไม่ได้มัน เนื่องจากจะต้องบำรุงผมด้วยการหมักผม ครีมนวดผม หรือทรีทเมนต์เพิ่มเติม เพื่อให้ผมชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น 

ถ้าอย่างนั้น ผู้ที่ผมเสียควรสระผมทุกวันไหม? ผู้ที่ผมเสียอาจจะสระผมทุกวันหรือวันเว้นวัน เพื่อให้ผมได้รับการบำรุงบ่อยๆ แต่ถ้าสระผมทุกวันแล้วผมแห้งกว่าเดิม อาจจะลดลงมาเหลือวันเว้นวัน หรือเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นได้มากกว่าเดิม

ผมแตกปลายแก้ไขอย่างไร อ่านได้ที่บทความ 10 วิธีแก้ผมแตกปลาย สาเหตุและวิธีรักษา เปลี่ยนผมเสียเป็นผมสวยเร่งด่วน

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสระผม

หากเป็นคนผมมัน ไม่ควรใช้ครีมนวด

หากเป็นคนผมมัน ไม่ควรใช้ครีมนวดผม เป็นความเชื่อที่ถูกครึ่งผิดครึ่ง 

เนื่องจากครีมนวดมีหลายสูตร หากเป็นคนผมมันแล้วเลือกสูตรครีมนวดผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันเป็นหลัก อาจจะทำให้ผมหนักและมันง่ายกว่าเดิม ทางที่ดีควรเลือกสูตรที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะได้โดยไม่มีน้ำมันผสม หรือมีอยู่น้อย

ส่วนผสมอีกอย่างหนึ่งในครีมนวดที่อาจทำให้ผมดูมันได้คือซิลิโคน (Silicone) ซิลิโคนเป็นสารเคมีก่ออาการแพ้ที่นิยมใส่ในครีมนวดผม เนื่องจากจะไปเคลือบผม ทำให้ผมดูเงางาม มีน้ำหนัก แต่ไม่ได้ช่วยบำรุงให้ผมสุขภาพดีขึ้นแต่อย่างใด ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงครีมนวดผมที่มีสารดังกล่าว

นอกจากนี้ครีมนวดยังทำให้ผมมันได้จากการล้างไม่สะอาด ผู้คนส่วนหนึ่งเข้าใจว่าไม่ควรล้างผมให้สะอาดหลังลงครีมนวด เพื่อให้ครีมนวดบางส่วนเคลือบอยู่ที่ผม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดและไม่ควรทำ เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการอุดตันของรูขุมขน หรือเกิดผื่นแพ้ขึ้นได้

ในส่วนที่ผิดคือ ผมมันอาจไม่ได้เกิดจากครีมนวดผม แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจไปเองครีมนวดเป็นตัวการสำคัญ เนื่องจากครีมนวดมีเนื้อที่ค่อนข้างแน่นและหนัก หลังสระผมเมื่อรู้สึกว่าผมมันและหนักจึงเข้าใจว่าผมมันเพราะครีมนวดผม

ทั้งนี้ การใช้ครีมนวดผม เป็นสิ่งจำเป็นในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ หากไม่ใช้ครีมนวดเลย ผมอาจจะแห้ง หนังศีรษะแห้งจนเสียสมดุล สร้างน้ำมันมากกว่าปกติจนทำให้ผมมันกว่าเดิมได้ ทางที่ดีควรเลือกครีมนวดผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม และต้องใช้ทุกครั้งหลังสระผม

ถ้าอย่างนั้นใช้ครีมนวดผมทุกวันดีไหม? บางคนเข้าใจว่าควรใช้ครีมนวดผมทุกวัน แม้ในวันที่ไม่สระผม 

ในความเป็นจริงคือไม่ควรใช้ครีมนวดผม หากไม่ได้สระผม เนื่องจากผมที่ไม่ได้สระจะยังมีน้ำมันจากต่อมไขมันค้างอยู่ตามเส้นผมและหนังศีรษะ หากเติมครีมนวดผมเข้าไปอีก สิ่งสกปรกและความมันจะยิ่งถูกทับผม ทำให้เสี่ยงเป็นสิวที่หัว เกิดรังแค หรือหนังศีรษะอักเสบได้

ไม่ควรเปลี่ยนแชมพูและครีมนวดบ่อยๆ

หลายคนคิดว่าพอเจอแชมพูและครีมนวดที่ใช่แล้ว ใช้แล้วเส้นผมและหนังศีรษะสุขภาพดีก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์นั้นต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยน แต่จริงๆ แล้ว เราควรเปลี่ยนแชมพูและครีมนวดไปเรื่อยๆตามสภาพเส้นผมและหนังศีรษะในแต่ละช่วง

สภาพผมและหนังศีรษะของเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามสภาพแวดล้อม กิจกรรมที่ทำ และสิ่งเร้าต่างๆ แชมพูและครีมนวดก็เป็นสิ่งเร้าอย่างหนึ่ง แชมพูแต่ละสูตรแก้ปัญหาผมต่างกัน บางอันแก้ผมแห้ง พอใช้มากๆผมหายแห้ง หากใช้ต่ออาจจะทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปจนเกิดรังแค แชมบางอย่างเพิ่มความชุ่มชื้น มีน้ำมันบำรุงผมมาก หากใช้ขณะที่ผมมัน ก็อาจจะทำให้ผมมันมากกว่าเดิมได้

การเปลี่ยนแชมพูและครีมนวดบ่อยๆไม่ใช่เรื่องแย่ และจะให้ผลดีด้วยซ้ำ ทางที่ดีควรประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะในแต่ละช่วงเวลา เพื่อเลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมให้เหมาะกับสภาพผมในแต่ละช่วง จะเป็นการดีที่สุด

สระผมบ่อยๆ ทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

สระผมทุกวันผมยาวเร็วไหม? ความเชื่อที่ว่าสระผมทุกวันผมจะยาวเร็วนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง การสระผมไม่ใช้วิธีเร่งผมยาวแต่อย่างใด

เมื่อผมเปียก ผมของเราจะยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะที่ผมจะมีรูพรุนเล็กๆอยู่ เมื่อผมสัมผัสกับความชื้น เส้นผมจะดูดซับน้ำเหล่านั้นเข้าไปผ่านรูพรุน น้ำหนักของน้ำจะทำให้โครงสร้างของเส้นผมสูญเสียความยืดหยุ่น และยืดออกยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้เมื่อผมเปียกผมจะยาวกว่าปกติ อ่อนแอ และขาดง่าย

การสระผมแล้วผมเปียกทำให้ผมยาวขึ้นชั่วคราว เมื่อผมแห้งผมจะกลับมาเป็นปกติ ในขณะเดียวกันการสระผมบ่อยๆ ก็ไม่ได้เป็นการยืดให้ผมยาวอย่างถาวร แต่จะยิ่งทำให้ผมแห้ง อ่อนแอ ผมขาดง่ายขึ้น จนทำให้ผมดูสั้นลงกว่าเดิมด้วย

หวีผมตอนผมเปียก ทำให้ผมไม่พันกัน

การหวีผมตอนเปียก จะยิ่งทำให้ผมพันกันเมื่อผมแห้ง เพราะผมตอนเปียกอ่อนแอเกินกว่าจะหวีได้ ถ้าหวีผมขณะเปียกจะทำให้ผมขาด และเป็นการทำลายเคลือบผมชั้นนอก เมื่อผมแห้ง ผมจะยิ่งชี้ฟู แตกปลาย และพันกันมากกว่าเดิม

สระผมตอนกลางคืน ทำให้ผมไม่ชี้ฟู

หลายคนเข้าใจว่าสระผมตอนกลางคืนแล้วนอนเลย จะเป็นการกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม เมื่อตื่นมาผมจะไม่ชี้ฟู ซึ่งนี่เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก เพราะหากนอนทั้งๆที่ผมยังเปียก จะทำให้เสี่ยงเกิดโรคเชื้อราบนหนังศีรษะ หนังศีรษะอักเสบ หรือเกิดรังแคได้

อีกทั้งผมเปียกยังเสียดสีกับหมอนขณะที่หลับ เมื่อผมอ่อนแอโดนเสียดสีก็ทำให้เคลือบผมชั้นนอกถูกทำลาย ผมเปราะขาดง่าย แตกปลาย ผมโดนทับจนหัก ทำให้ผมชี้ฟูมากกว่าที่ควรจะเป็น

วิธีเลือกแชมพูให้เหมาะกับหนังศีรษะและเส้นผม

ควรสระผมทุกวันไหม
  1. แชมพูต้องได้มาตรฐาน มีเครื่องหมาย มอก. รับรองความปลอดภัย
  2. เลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ เช่น คนผมมันควรเลือกสูตรลดความมัน สูตรขจัดรังแค ผู้ที่ผมแห้ง ผมเสียควรเลือกสูตรชุ่มชื้น สูตรผมมีน้ำหนัก หรือแชมพูแก้ผมร่วงที่มักจะมีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น
  3. แชมพูควรมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด ต้องล้างความมันส่วนเกินออกจากหนังศีรษะได้ ไม่ควรมีแต่สารสำหรับการบำรุงเพียงอย่างเดียว
  4. หลีกเลี่ยงสารอันตราย เช่น สารเคมีในกลุ่มซัลเฟต สารกันเสีย หรือสารในกลุ่มซิลิโคน

แนะนำการสระผมอย่างถูกวิธี

  1. ไม่สระผมด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นจนเกินไป หากเป็นน้ำอุณภูมิห้องจะดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้หนังศีรษะแห้ง
  2. ไม่เทแชมพูลงที่ศีรษะโดยตรง ให้เทใส่ฝ่ามือ นวดจนเป็นฟอง และค่อยชะโลมลงบนผม
  3. ขณะสระผมห้ามเกาแรงเกินไป เพราะจะทำร้ายหนังศีรษะ ทำให้ผมไม่แข็งแรง มีรังแคเพิ่มขึ้น เสี่ยงเป็นโรคหนังศีรษะอักเสบ และยังทำให้รากผมถูกทำร้ายจนผมร่วงได้ด้วย
  4. ใช้ครีมนวดผมหรือทรีทเมนต์เป็นประจำ เพื่อบำรุงผม เพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้ผมแข็งแรง มีน้ำหนัก
  5. หลังสระผมควรเช็ดผมด้วยผ้าแห้งให้หมาดก่อน ห้ามถูและขยี้ ควรซับเบาๆเพื่อไม่ให้ผมที่กำลังอ่อนแอถูกทำร้าย และควรเป่าผมให้แห้งด้วยลมอุณหภูมิปกติ
  6. หวีผมหลังจากผมแห้งแล้ว อย่าหวีตอนผมเปียก การหวีควรหวีให้ถึงหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการทำงานของรากผม กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอย ทำให้เส้นผมแข็งแรง ป้องกันผมร่วง และสุขภาพผมดีขึ้น หากใช้หวีไม้เพื่อลดไฟฟ้าสถิตได้ ก็จะช่วยลดผมชี้ฟูได้มากด้วย

คำถามที่พบบ่อย

สระผมทุกวัน ทำให้ผมร่วงจริงไหม?

สระผมทุกวัน ผมร่วง หัวล้าน จริงหรือ?

การสระผมทุกวันอาจจะทำให้ผมร่วงมากขึ้นจากผมแห้ง จนเปราะขาดง่าย หรือทำให้รู้สึกระคายเคือง จนต้องเกาและทำให้ผมร่วงเป็นสาเหตุทางอ้อม หรืออาจจะผมร่วงจากการสระผมทุกวันจนหนังศีรษะมันและทำให้หนังศีรษะอักเสบ แต่ถ้าหนังศีรษะไม่ได้แห้ง หรือมันเกินไป การสระผมทุกวันก็ไม่ได้ทำให้ร่วงแต่อย่างใด

เราจะรู้สึกว่าผมร่วงมากกว่าปกติเวลาสระผม เพราะเรามักจะเห็นเส้นผมจำนวนมากค้างอยู่ที่ท่อระบายน้ำ แต่ความจริงแล้ว นั่นเป็นผมที่ควรจะร่วงตามปกติ

จริงๆแล้วผมร่วงวันละกี่เส้น? ปกติแล้วผมของเราร่วงวันละประมาณ 100 – 150 เส้น วิธีดูว่ากำลังผมร่วงมากกว่าปกติหรือไม่ ให้ดูผมที่ร่วงเวลาสระผม หากสระผมทุกวัน ผมที่ร่วงขณะสระผมไม่ควรร่วงเกิน 100 เส้น หรือถ้าสระผมวันเว้นวัน ก็ไม่ควรเกิน 200 เส้น 

ถ้าผมร่วงมากกว่านี้จะถือว่ามีแนวโน้มที่ผมจะร่วงมากกว่าปกติ อาจลองแก้ไขด้วยตัวเองโดยการควบคุมความมัน และไม่ทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปด้วยการสระผมที่ถูกวิธี เป็นวิธีแก้ผมร่วงอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะเกิดภาวะผมบาง หัวล้าน

สระผมทุกวันแต่หัวเหม็น เกิดจากสาเหตุใด?

สระผมทุกวันแต่หัวเหม็น เกิดจากอะไร?

สระผมทุกวันแต่หัวเหม็นเกิดจากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากหนังศีรษะผลิตน้ำมันมากเกินไป จากทั้งความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะเสียสมดุล ฮอร์โมน ผมบาง เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท หรืออาหารบำรุงผมที่ไปส่งเสริมการทำงานของต่อมไขมัน

ความมันจะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกจนส่งกลิ่นออกมา นอกจากนี้ความมันเหล่านั้นยังเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบนศีรษะ อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อและสร้างกลิ่นได้ 

บางครั้งหัวเหม็นอาจเกิดจากเหงื่อออกที่ศีรษะมากได้เช่นกัน ตัวเหงื่อเองจะมีกลิ่นตามอาหารที่ทานเข้าไป เช่นกระเทียม หรือจากยาบางชนิด เหงื่อที่หนังศีรษะจึงสามารถทำให้หัวเหม็นได้

หัวเหม็นอาจเกิดจากความอัดชื้นได้เช่นกัน หากใส่หมวกบ่อยๆ ชอบมัดผมไว้หลังสระผม หรือไม่รอให้ผมแห้งก่อนนอน อาจทำให้ศีรษะอับชื้น แบคทีเรียและเชื้อราเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้

หากเป็นเช่นนี้ต้องแก้ไขโดยใช้แชมพูที่ควบคุมความมันเป็นพิเศษ หรือแชมพูขจัดรังแค ร่วมกับครีมนวดสูตรปกติที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน งดอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหงื่อ และต้องเป่าผมให้แห้งสนิทหลังสระผมด้วย

สระผมทุกวันแต่ทำไมยังมีรังแค?

สระผมทุกวันแต่มีรังแค เกิดจากอะไร?

รังแคไม่ได้เกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและถูกผลัดออกมาเท่านั้น แต่สามารถเกิดจากหนังศีรษะลอกด้วยสาเหตุอื่นๆได้เช่นกัน เช่น หนังศีรษะแห้งเกินไปจนผิวลอก, ผมมันจนเกิดการสะสมของเชื้อรามาลาสซีเซีย กระตุ้นให้หนังศีรษะผลัดเซลล์ผิวมากกว่าปกติ, เป็นโรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะ, เป็นหนังศีรษะอักเสบ, เป็นโรคสะเก็ดเงิน, หรือเป็นเชื้อราบนหนังศีรษะ

หากเกิดจากผิวแห้ง อาจจะต้องเปลี่ยนความถี่ในการสระผม เปลี่ยนไปสระผมวันเว้นวันเพื่อให้สมดุลความมันของหนังศีรษะกลับสู่สภาวะปกติ หากเกิดจากเชื้อรามาลาสซีเซียจนเกิดรังแคเปียก อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้แชมพูขจัดความมัน หรือแชมพูฆ่าเชื้อรา

แต่หากหนังศีรษะลอกเกิดจากโรคอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการหนังศีรษะลอกที่ต้นเหตุต่อไป

ข้อสรุป

สระผมทุกวันดีไหม ต้องดูจากประเภทของหนังศีรษะ สภาพเส้นผม การใช้ชีวิตประจำวัน และการใช้สารเคมีกับเส้นผม ทางที่ดีควรเริ่มจากสระผมสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน หากผมแห้งหรือผมมันเกินไป ให้ปรับความถี่จนกว่าเส้นผมและหนังศีรษะจะอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

หากมีปัญหาผม ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการสระผมหรือปัญหาผมอื่นๆ สามารถทักเข้ามาเพื่อปรึกษา หรือนัดเวลากับแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะจาก Absolute Hair Clinic ได้ที่ Line: @Absolutehairclinic

รู้จักกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งผลงานของแพทย์แต่ละท่านจาก Absolute Hair Clinic : 

รศ.ดร.พญ. รัชต์ธร ปัญจประทีป, หมอโบนัส ปลูกผม
นายแพทย์ก้องเกียรติ ลออวงศ์, หมอก้องเกียรติ ปลูกผม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณเองได้โดยการคลิกตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยการเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจของคุณ หากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของคุณได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า