‘หัวเถิก’ อาจนำไปสู่หัวล้าน! วิธีรักษาหัวเถิก ก่อนสายเกินแก้

หัวเถิก

หัวเถิก ปัญหากวนใจที่เกิดขึ้นกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย บางรายอาจจะเป็นตั้งแต่เด็ก บางรายเพิ่งมาเป็นตอนโต ซึ่งเป็นผลพวงจากการผมร่วงมากกว่าปกติ แต่จริงๆแล้ว หัวเถิกคืออะไร เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไร สามารถป้องกันได้หรือไม่ และหัวเถิกสามารถทำให้หัวล้านได้จริงหรือ?

‘หัวเถิก’ ปัญหากวนใจหนุ่มสาว

หัวเถิก คือลักษณะของแนวไรผมที่ร่นขึ้นไปมากกว่าปกติ หรือมากกว่าที่ตนเองเคยเป็น จนมีพื้นที่บริเวณหน้าผากค่อนข้างกว้าง โดยปกติแล้วระยะระหว่างคิ้วถึงแนวไรผมจะไม่เกิน 11 เซนติเมตร หรือไม่เกิน 1 ผ่ามือ หากมากกว่านี้จะเรียกว่าเป็นหัวเถิก

ผู้หญิงหัวเถิก หรือหัวเถิกในผู้ชายที่เกิดขึ้นอยู่แล้วตั้งแต่เด็กตามลักษณะพันธุกรรม จะไม่ได้ก่อปัญหาอะไร อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจกับรูปลักษณ์บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีผลเสียใดตามมา ในขณะที่ผมบาง หัวเถิกจากสาเหตุอื่นๆ อาจเป็นสัญญาณของอาการผมร่วง ผมบาง หัวล้านจากสาเหตุต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องพบแพทย์และแก้ไขต่อไป

ทำความเข้าใจ หัวเถิก หัวเหม่ง หน้าผากกว้าง

ผู้หญิงหัวเถิก

หัวเถิก

ตามพจนานุกรม คำว่า “หัวเถิก” หมายถึง มีผมที่หัวตอนหน้าผากร่นสูงขึ้นไป หัวเถิกนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นหัวเถิกที่เกิดตั้นแต่เด็กจากลักษณะทางพันธุกรรม หรือเกิดจากผมร่วงจนหัวเถิกก็ได้ ซึ่งผมร่วงจนหัวเถิกนี้มักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

สาเหตุที่อาการหัวล้าน หัวเถิก พบในผู้ชายมากกว่า เป็นเพราะลักษณะของอาการหัวล้านกรรมพันธุ์ ที่เป็นต้นเหตุหลักของอาการหัวล้านในเพศชาย โดยอาการดังกล่าวจะเกิดในรูปแบบที่เรียกว่า Male Pattern Baldness หรือหัวล้านพันธุกรรมในเพศชาย ซึ่งอาการหัวล้านจะเริ่มเกิดจากผมร่วงที่แนวไรผมด้านหน้า หรือผมบางกลางศีรษะก่อน แล้วจึงลุกลามไปเรื่อยๆ อาการผมร่วงที่แนวไรผมด้านหน้านี้เองทำให้เกิดเป็นหัวเถิกขึ้นมา

ส่วนผมบางในผู้หญิงจะเรียกว่า Female Pattern Baldness หรือผมบางกรรมพันธุ์ในเพศหญิง โดยอาการจะไม่ใช่หัวเถิกแบบผู้ชาย แต่จะผมร่วงผมบางกลางศีรษะ และขยายวงกว้างออกเรื่อยๆจนเกิดหัวล้านในผู้หญิง กรณีที่ผู้หญิงหัวเถิกจากผมบางกรรมพันธุ์ในเพศหญิงก็สามารถพบได้เช่นกัน ซึ่งจะเรียกว่าหัวล้านแบบ Frontal แต่สามารถพบได้น้อยมาก

หัวเหม่ง

คำว่า “หัวเหม่ง” ตามพจนานุกรมหมายถึง หัวล้านใสเป็นมัน แต่ในปัจจุบันการใช้คำว่าหัวเหม่งเปลี่ยนไป ทำให้มีความหมายที่กว้างมากขึ้น คำว่าหัวเหม่งอาจหมายถึงผู้ที่มีหน้าผากโหนกนูนใส ร่วมกับหน้าผากกว้างและหัวเถิก

หัวเหม่งมักจะใช้กับผู้หญิงหัวเถิกในเชิงหยอกล้อ ให้ความรู้สึกน่ารักหรือเอ็นดู อีกทั้งลักษณะหัวเหม่งยังทำให้ใบหน้าดูมีมิติขึ้นเมื่อหน้าผากนูนมีขนาดที่พอดี ปัจจุบันจึงมีการฉีดหน้าผากหรือศัลยกรรมตกแต่งเพื่อให้หน้าผากนูนขึ้น 

แต่ลักษณะหน้าผากแบบหัวเหม่ง ก็ทำให้ผู้หญิงหลายคนเสียความมั่นใจได้ไม่น้อย หลายคนจึงตัดสินใจไว้ผมหน้าม้า หรือปลูกผมเพิ่มไรผมด้านหน้าเพื่อปิดบังลักษณะหน้าผากหัวเหม่งไว้ 

หน้าผากกว้าง

หน้าผากกว้างคือลักษณะหน้าผากที่ไม่ใช่แค่หัวเถิกเท่านั้น แต่อาจจะมีหน้าที่กว้าง หรือมีผมบริเวณด้านข้างหน้าผาก (Temples) ค่อนข้างน้อยร่วมด้วย ทำให้ดูมีพื้นที่หน้าผากมากกว่าปกติ 

ลักษณะหน้าผากกว้างมักเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นมาโดยกำเนิดทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ถ้าหน้าผากกว้างโดยที่แนวผมบริเวณด้านข้างหน้าผากร่นออกไปเรื่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของหัวล้านพันธุกรรมในเพศชายได้เช่นกัน

อาการส่งสัญญาณหัวเถิก

ผมร่วงมากกว่าปกติ

ผมร่วง หัวเถิก

เมื่อผมร่วงมากกว่าปกติ มีโอกาสที่จะทำให้ผมบางหรือหัวเถิกได้โดยเฉพาะในผู้ชาย 

ปกติแล้วผมคนเราจะร่วงทุกวันตามวงจรชีวิตของเส้นผม เส้นผมจะงอกอยู่บนศีรษะ ยาวขึ้นเรื่อยๆเป็นเวลาประมาณ 2 – 6 ปี แล้วจึงร่วงลงไปเพื่อให้เส้นผมชุดใหม่งอกออกมา ดังนั้นเส้นผมจะร่วงเป็นปกติวันละไม่เกิน 100 – 150 เส้น

หากเป็นคนผมบาง ผมไม่ควรร่วงเกิน 100 เส้น ส่วนผู้ที่ผมหนาหรือในผู้หญิงส่วนใหญ่ ผมไม่ควรร่วงเกิน 150 เส้น ซึ่งการนับเส้นผมที่ร่วงนั้นมีหลายวิธี ทั้งการนับผมจากการเก็บรวบรวมเส้นผม 1 อาทิตย์ แล้วหาค่าเฉลี่ยของเส้นผมที่ร่วงในแต่ละวัน, การนับเส้นผมที่ร่วงออกมาหลังสระผม, และการนับผมร่วงจากการหวีผม 1 นาที

ถ้าผมร่วงมากกว่า 100 – 150 เส้น แสดงว่ามีความเสี่ยงที่จะผมบาง หัวเถิก ควรไปพบแพทย์เพื่อป้องกันอาการหัวเถิกหรือหัวล้านต่อไป

หัวเถิกเป็นรูปตัวเอ็ม M (Widow’s Peak)

หัวเถิกตัวm

หัวเถิกรูปตัว M (V – shaped Hair Growth หรือ Widow’s Peak) เป็นลักษณะหัวเถิกที่ผมบริเวณด้านข้างหน้าผาก (Temples) ร่นขึ้นไปมากกว่าปกติ โดยที่ผมด้านหน้าไม่ได้ร่นขึ้นไปด้วยแต่อย่างใด 

หัวเถิกตัว M สามารถเกิดได้จากทั้งลักษณะทางพันธุกรรม ที่เป็นลักษณะแนวไรผมตามปกติ ไม่ได้มีอาการผมร่วงผมบางร่วมด้วย และสามารถเกิดได้จากหัวล้านพันธุกรรมในเพศชาย ที่จะทำให้ผมบาง หัวเถิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ข้อแตกต่างของทั้งสองสาเหตุคือ หากหัวเถิกรูปตัว M เกิดจากหัวล้านพันธุกรรมในเพศชาย ผู้ที่หัวล้านพันธุกรรมจะมีอาการผมร่วงผมบางร่วมด้วย แนวผมรูปตัว M จะบางเถิกขึ้นไปเรื่อยๆ แนวไรผมไม่ชัด บางรายมีอาการผมบางที่กลางศีรษะร่วมด้วย ในขณะที่หัวเถิกรูปตัว M จากลักษณะทางพันธุกรรมจะไม่มีอาการผมร่วงผมบางดังกล่าวร่วมด้วย

หากมีอาการหัวเถิก ผมบาง ไรผมร่นขึ้นไปเรื่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการผมร่วงผมบางก่อนเกิดหัวล้านต่อไป

แนวไรผมร่น (Receding hairline)

หัวล้าน หัวเถิก

แนวไรผมร่น เป็นลักษณะของหัวล้านพันธุกรรมในเพศชายโดยตรง และรุนแรงหว่าหัวเถิกรูปตัว M โดยแนวไรผมจะเถิกขึ้นไปทุกส่วน ทั้งด้านหน้าและด้านข้างศีรษะ หากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดเป็นหัวล้านกลางศีรษะในที่สุด

หัวเถิกเกิดจากสาเหตุใด

หัวเถิกจากกรรมพันธุ์

สาเหตุของหัวเถิก เกิดจากกรรมพันธุ์ได้ เนื่องจากแนวไรผมเป็นลักษณะหนึ่งที่สามารถส่งต่อทางกรรมพันธุ์เหมือนกับสีผิวหรือลักษณะเส้นผมหยิก ผมตรง หรือผมหยักศก นอกจากนี้ยังสามารถเป็นผลมาจากหัวล้านพันธุกรรมในเพศชายหรือเพศหญิงได้ด้วย เพราะหัวล้านในลักษณะดังกล่าว เป็นโรคที่ส่งต่อมาทางกรรมพันธุ์เช่นกัน

หัวเถิกจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนมีผลอย่างมากกับหัวเถิกทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ในผู้ชายอาการผมร่วงจนทำให้หัวเถิกมักมาจากฮอร์โมนที่ชื่อว่าฮอร์โมนไดไฮโดรเทสทอสเตอโรน (Dihydrotestosterone) หรือที่เรียกว่าฮอร์โมน DHT ฮอร์โมนตัวนี้สร้างมาจากฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน (Testosterone) ที่เนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย 

หากฮอร์โมนนี้ถูกสร้างขึ้นที่หนังศีรษะ จะออกฤทธิ์ทำให้รากผมอ่อนแอ สร้างผมได้น้อยลง ระยะหยุดพักระหว่างสร้างเส้นผมแต่ละชุดนานขึ้น ทั้งยังทำให้รูขุมขนแคบลง ผมที่สร้างออกมาจึงเส้นเล็กลง ในที่สุดฮอร์โมน DHT จะทำให้รากผมไม่สร้างผม และฝ่อไปจนไม่สามารถสร้างผมชุดใหม่ได้อีก

หากผู้ชายมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สูง ร่างกายจะมีแนวโน้มที่จะสร้างฮอร์โมน DHT ให้มากขึ้นไปด้วย ยิ่งมีฮอร์โมน DHT ก็จะยิ่งผมร่วงและหัวเถิกมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ฮอร์โมน DHT จะยิ่งออกฤทธิ์ได้ดีหากเป็นหัวล้านพันธุกรรมในเพศชาย เนื่องจากผู้ที่มีหัวล้านพันธุกรรมนั้น รากผมจะสามารถตอบสนองกับฮอร์โมน DHT ได้ดีกว่าปกติ ทำให้หัวล้าน หัวเถิกเร็วกว่าผู้ที่มีปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเท่ากัน

ส่วนในผู้หญิงฮอร์โมน DHT จะไม่ได้มีผลมากนักแม้มีเทสโทสเตอร์โรนมาก เนื่องจากบริเวณหนังศีรษะของผู้หญิงมีเอนไซม์สร้างฮอร์โมน DHT อยู่น้อย ทั้งยังมีเอนไซม์ที่สามารถเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนตัวอื่นที่มีผลทำให้รากผมแข็งแรงขึ้นด้วย 

ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนไม่มีผลมากนักในหัวเถิกผู้หญิง แต่ฮอร์โมนที่มีผลกับผมของผู้หญิงอย่างมากคือฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศตัวหนึ่งที่ส่งผลกับผมอย่างมาก ฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ทำให้ผมร่วงเหมือนกับฮอร์โมนเพศชาย แต่จะให้ผลตรงกันข้าม โดยเอสโตรเจนจะทำให้เส้นผมมีวงจรชีวิตในส่วนที่เป็นระยะเจริญเติบโตยาวนานขึ้น ทำให้เส้นผมอยู่บนศีรษะเป็นเวลานาน เป็นเส้นยาว หนา แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

แต่เมื่อใดก็ตามที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้ผมร่วงทั้งศีรษะจนผู้หญิงอาจหัวเถิกเพิ่มขึ้นได้

ภาวะดังกล่าวมักจะพบในผู้หญิงที่ผมร่วงหลังคลอด หรือผมร่วงหลังใช้ยาคุมกำเนิดที่ส่งผลกับฮอร์โมนเพศมากๆ เกิดจากช่วงที่ท้องหรือใช้ฮอร์โมนอยู่ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะมากกว่าปกติ ทำให้เส้นผมมีระยะเจริญที่นานกว่าเดิม ผมบางชุดที่ควรจะหยุดเจริญและร่วงไปแล้ว ก็จะยังเจริญเติบโตต่อไปจากผลของฮอร์โมน

เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงหลังคลอด หรือหยุดใช้ฮอร์โมนเพศหญิง จะทำให้เส้นผมที่ควรจะหยุดเจริญไปแล้วก่อนหน้านี้หยุดเจริญตาที่ควรเป็น รากผมเข้าสู่ระยะพักพร้อมๆกัน ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ผมร่วง ผมจะร่วงออกมาพร้อมๆกัน จากเดิมที่ควรจะร่วงวันละ 150 เส้น ก็อาจจะร่วงได้มากถึง 400 – 500 เส้นในวันเดียว ทำให้ผมร่วงทั้งศีรษะ นำไปสูงผมบางหัวเถิกในผู้หญิงได้

บทความอ่านเพิ่มเติม : ผมร่วงหลังคลอด รักษาอย่างไร? สาเหตุและวิธีแก้ไข ปัญหากวนใจคุณแม่มือใหม่ 

หัวเถิกจากการพฤติกรรมบางอย่าง

พฤติกรรมของเราสามารถมีผลกับรากผมได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม จนนำไปสู่หัวเถิก

พฤติกรรมที่ทำร้ายรากผมโดยตรง เช่น การมัดผมตึงเกินไป ถักเปียตึงตลอดเวลา หรือใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายกับหนังศีรษะ จะทำให้รากผมอ่อนแอลงจนผมร่วงได้มากกว่าปกติ และจะนำไปสู่หัวเถิกหากทำพฤติกรรมเหล่านี้กับเส้นผมด้านหน้าของศีรษะ

ส่วนพฤติกรรมที่ทำร้ายรากผมทางอ้อม อย่างเช่น การดื่มเหล้าที่ทำให้เส้นเลือดฝอยน้อยลงจนมีเลือดไปเลี้ยงรากผมไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ที่ทำให้ผมร่วงก่อนวัย หรือความเครียดที่ส่งผลกระทบกับระบบต่างๆของร่างกายให้ทำงานผิดปกติ สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นสาเหตุของอาการหัวล้านหัวเถิกได้ทั้งสิ้น

ผลข้างเคียงจากโรค

โรคที่ทำให้ผมร่วงจนอาจเกิดเป็นหัวเถิกมีหลายอย่าง เช่น โรคผมร่วงทั่วศีรษะ (Telogen Effluvium), โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata), โรคกลากเชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis), และโรคดึงผม (Trichotillomania)

นอกจากโรคเหล่านี้ที่ทำให้ผมร่วงโดยตรงแล้ว ยังมีโรคอื่นๆอีกที่ทำให้ผมร่วงโดยอ้อม จากการที่ผลของโรคทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ หรือทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะวิกฤติจนผมร่วงไป เช่น โรคมะเร็ง, โรคแพ้ภูมิตนเอง, โรคไทรอยด์, และโรคที่ทำให้เกิดไข้สูง เป็นต้น

การวินิจฉัยสาเหตุของหัวเถิกโดยแพทย์

หัวเถิก ปลูกผม

ก่อนหาสาเหตุของโรคแพทย์จะตรวจความหนาแน่นของจำนวนเส้นผมต่อพื้นที่ ว่าร่วงไปมากหรือน้อยเพียงใด จากนั้นจะตรวจดูสภาพเส้นผมและรอยโรคบนหนังศีรษะ ดูลักษณะการร่วงว่าร่วงทั้งศีรษะ ร่วงเป็นหย่อม หรือร่วงเฉพาะบางบริเวณ เพื่อพิจารณาหาสาเหตุของโรคต่อไป

นอกจากการตรวจดังกล่าวแล้วแพทย์จะสอบถามเพิ่มเติมกับผู้เข้ารับการรักษาด้วย ว่าผมร่วงมานานเท่าไหร่แล้ว ช่วงเวลาที่ผมร่วงหรือก่อนที่ผมจะร่วงมีการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นหรือไม่ และอาจสอบถามถึงลักษณะอาการผมร่วงของคนในครอบครัวเพิ่มด้วยหากสงสัยว่าเป็นผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม 

ดังนั้นผู้เข้ารับการรักษาควรสังเกตตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคง่ายขึ้น และรักษาได้ตรงกับสาเหตุของอาการผมร่วงมากขึ้น

 ‘หัวเถิก’ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ ‘หัวล้าน’

หัวเถิกที่นำไปสู่หัวล้านจะเป็นอาการของ Male Pattern Baldness หรือหัวล้านพันธุกรรมในเพศชาย

หัวเถิกเกิดจาก

จากภาพจะเห็นว่าลักษณะของผมร่วงจะเริ่มเกิดที่หัวเถิกด้านหน้า ส่วนใหญ่จะเถิกเป็นรูปตัว M ในบางคนอาจมีปัญหาผมบางกลางศีรษะร่วมด้วย หลังจากนั้นพื้นที่ผมบางหรือไม่มีผมจะกว้างขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเป็นหัวล้านในที่สุด

อาการหัวเถิกและหัวล้านสามารถรักษาและชะลออาการได้หากพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ถ้าหลังจากผมร่วงไปเป็นบริเวณกว้าง รากผมฝ่อจนไม่สามารถฟื้นฟูให้ผมกลับมาร่วงได้ อาจรักษาได้ด้วยการปลูกผมถาวร แต่หากผมร่วงจนหัวล้านเกือบทั้งศีรษะ อาจไม่สามารถรักษาให้พื้นที่หัวล้านหายไปได้ อย่างมากที่สุดอาจทำได้เพียงชะลอไม่ให้หัวล้านทั้งศีรษะเท่านั้น

วิธีรักษาหัวเถิก มีอะไรบ้าง

หัวเถิก รักษาให้หายได้ ซึ่งวิธีรักษามีทั้งที่ทำเองได้ที่บ้าน และที่ต้องเข้าปรึกษาแพทย์ เนื่องจากความรุนแรงของอาการหัวเถิกมีผลกับการเลือกวิธีรักษา ซึ่งวิธีรักษาต่างๆควรทำควบคู่กันไปหลายๆ อย่าง เพื่อให้มีสภาพเส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น รักษาอาการหัวเถิกและชะลออาการหัวเถิกหัวล้านที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

วิธีแก้หัวเถิก มีดังนี้

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

วิธีแก้หัวเถิกแบบธรรมชาติ

หากปรับเปลี่ยน และหยุดพฤติกรรมที่มีผลทำร้ายรากผม ทำให้หัวเถิกในระยะยาว อย่างการมัดผมตึงเกินไป ถักเปียตึง ใช้สารเคมีหรือความร้อนกับเส้นผมและหนังศีรษะ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือเครียดเกินไป ก็จะทำให้อาการหัวเถิกดีขึ้น

นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สามารถทำให้หัวเถิกได้แล้ว ยังมีสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ดี และเป็นวิธีแก้หัวเถิก แบบธรรมชาติ ดังนี้

  1. ทานอาหารบำรุงผม ให้รากผมได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการสร้างเส้นผม
  2. นวดหนังศีรษะเป็นประจำ กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยบริเวณหนังศีรษะ
  3. สระผม 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป เพื่อป้องกันหนังศีรษะแห้ง หรือมันจนเกินไป
  4. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ
  5. สังเกตเส้นผมและหนังศีรษะของตนเองอยู่เสมอ หากผมร่วงมากผิดปกติ ผมร่วงเป็นหย่อม มีรอยโรคที่หนังศีรษะ หรือเกิดความผิดปกติ ให้นัดพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้เร็วที่สุด 

ทั้งนี้ หากหัวเถิกตั้งแต่เกิดจากลักษณะแนวผมที่ค่อนข้างสูงตั้งแต่แรก วิธีแก้หัวเถิกแบบธรรมชาติจะใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากในบริเวณหน้าผากที่ต้องการให้มีผม จะไม่มีรากผมอยู่ตั้งแต่ต้น ทำให้แม้จะมีรากผมทั่วศีรษะที่ดีแล้ว ผมส่วนนี้ก็จะไม่งอกอยู่ดี ทางแก้ไขเดียวคือการปลูกผมเท่านั้น

หากเป็นหัวล้านหรือผมบางกรรมพันธุ์ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาจช่วยได้เพียงชะลออาการผมร่วงมากเท่านั้น เนื่องจากภาวะดังกล่าวมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้ผมร่วงได้มากกว่าพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาหัวเถิกต่อไป

2. การเปลี่ยนสไตล์ทรงผม

วิธีแก้หัวเถิกทรงผมปิดหัวเถิก

วิธีแก้หัวเถิกในผู้ชายและผู้หญิง สามารถปกปิดโดยการเปลี่ยนทรงผมได้ แม้การเปลี่ยนทรงผมเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่ได้ผลในระยะยาว แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการแก้ไขโดยเร็ว

การแก้หัวเถิกแม้จะเป็นการปลูกผมถาวรก็ตาม จะต้องรอเวลาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะพบแพทย์แล้วก็ต้องใช้เวลารักษา อาจจะใช้เวลามากถึง 6 – 12 เดือน หรือมากกว่านั้นแล้วแต่วิธีการรักษา 

ดังนั้นทางเลือกที่ดีในช่วงที่กำลังรอผลการรักษาระยะยาว คือการเปลี่ยนทรงผมนี่เอง เมื่อการรักษาแสดงผลแล้วจึงสามารถกลับมาทำทรงที่ชื่นชอบได้ตามปกติ

3. การสักไรผม

สักไรผมแก้หัวเถิก

การสักไรผมเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ใกล้เคียงกับการเปลี่ยนสไตล์ทรงผม เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเป็นหลักมากกว่า โดยที่ไม่ได้ช่วยให้ผมร่วง หรือหัวเถิกน้อยลงแต่อย่างใด

การสักไรผมเป็นวิธีที่ไม่ค่อยแนะนำให้ทำนัก เนื่องจากการสักสามารถลบได้ยาก หากรักษาด้วยยาหรือการปลูกผมแล้วมีผมขึ้นมาในบริเวณดังกล่าว จะทำให้สีของหนังศีรษะแตกต่างจากส่วนอื่นๆ จนอาจเห็นรอยการสักไรผมหลังปลูกผมได้ 

ถ้าหากไปลบรอยสัก การลบรอยสักมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นอยู่มาก หากมีรอยแผลเป็นจะทำให้ผมบริเวณดังกล่าวหายไป เกิดผมหายเป็นหย่อมจากแผลเป็น การปลูกผมลงในแผลเป็นก็เป็นเรื่องยุ่งยากกว่าการปลูกผมปกติ ทั้งยังมีโอกาสที่จะปลูกผมไม่ติดอีกด้วยหากแผลเป็นหนาเกินไป ดังนั้นถ้าต้องการแก้ไขชั่วคราว การเปลี่ยนสไตล์ทรงผมหรือการใส่วิกจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 4. การใช้ยารักษาผมร่วง

วิธีแก้หัวเถิกผู้ชาย

การใช้ยารักษาผมร่วง เป็นวิธีแก้หัวเถิกในกรณีที่หัวเถิกแบบยังมีรากผมอยู่ เพียงแต่รากผมอาจจะอ่อนแอจนทำให้สร้างผมได้บางลงกว่าเดิมมาก และกลายเป็นหัวเถิกแบบที่ยังพอมีเส้นผมเล็กบางอยู่บริเวณหน้าผาก แต่หากบริเวณที่หัวเถิกรากผมฝ่อ ไม่มีรากผมเหลืออยู่แล้ว จะไม่สามารถแก้ไขด้วยการใช้ยารักษาผมร่วงได้

ยารักษาผมร่วงที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ตัวยา ได้แก่ ยาไฟแนสเตอรายด์ (Finasteride) และยาไมนอกซิดิวล์ (Minoxidil) 

ยาไฟแนสเตอรายด์ เป็นยาแก้ผมร่วงที่จะออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT เหมาะกับผู้ชายที่ผมร่วงเยอะเพราะฮอร์โมนเพศ 

ส่วนยาไมนอกซิดิวล์เป็นยาที่จะออกฤทธิ์ขยายเส้นเลือด กระตุ้นการงอกของเส้นผม มีทั้งแบบทาและแบบเม็ด สามารถใช้ได้กับผู้ที่ผมร่วงจากหลายสาเหตุ แต่ก็มีผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าไฟแนสเตอรายด์

ยาทั้งสองตัวมีวิธีการใช้ การออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และความเหมาะสมกับผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้น แม้จะสามารถหาซื้อยาแก้ผมร่วงได้ง่าย แต่ก็ควรถูกกำกับดูแลโดยแพทย์ และต้องปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ยา

นอกจากยารักษาผมร่วงแล้ว มีวิธีการรักษาใดอีกที่สามารถแก้ผมร่วง ผมบาง หัวเถิก ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดปลูกผม?

5. การผ่าตัดปลูกผม

ปลูกผม หัวเถิก

การผ่าตัดปลูกผมเป็นทางเลือกสุดท้าย ในกรณีที่หัวเถิกจากการผมร่วง และเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับผู้ที่หัวเถิกตั้งแต่กำเนิดและต้องการแก้ไขแนวไรผม

การปลูกผมเป็นการนำรากผมออกมาจากบริเวณท้ายทองหรือหลังกกหู (Donor Area) ที่มีผมหนา และเป็นเส้นผมถาวรที่จะไม่ร่วงออกจากผลของฮอร์โมน เพื่อนำไปปลูกบริเวณหน้าผาก หรือข้างหน้าผากเพื่อแก้ไขหัวเถิก ให้มีผมกินบริเวณหน้าผากเข้ามามากขึ้น เป็นการปกปิดหัวเหม่ง แก้ไขหน้าผากกว้าง และรักษาหัวเถิกที่เห็นผลได้มากกว่าวิธีการรักษาอื่นๆ

การปลูกผมรักษาหัวเถิกมีด้วยกัน 2 วิธี ได้แก่ การปลูกผม FUT และการปลูกผม FUE โดยปลูกผมทั้งสองแบบต่างกันที่วิธีการนำรากผมออกมา 

การปลูกผม FUT จะตัดรากผมออกมาพร้อมหนังศีรษะบางส่วน และนำมาแยกรากผมในภายหลัง ทำให้รากผมที่นำไปปลูกเสียหายน้อย แข็งแรง และไม่ทำให้ผมท้ายทอยดูบางลงหลังการรักษา แต่ก็มีข้อเสียคือจะเห็นแผลเป็นยาวที่ท้ายทอยหากไว้ผมสั้น

ส่วนการปลูกผม FUE จะเจาะเฉพาะรากผมออกมาด้วยเครื่องเจาะไฟฟ้า ข้อดีคือแผลหลังการรักษามีขนาดเล็กมาก ดูแลง่ายกว่า และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ที่ท้ายทอยเลย แต่อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้รากผมจำนวนมากในการปลูก หรือผู้ที่รากผมบริเวณท้ายทอยไม่แข็งแรง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อแตกต่าง และการเลือกวิธีปลูกผมที่เหมาะกับคุณ : ข้อแตกต่าง FUE Vs FUT

การปลูกผมผู้หญิง นิยมทำในกรณีที่หัวเถิกตั้งแต่เด็ก เป็นการปลูกผมเพื่อแก้ไขแนวไรผมด้านหน้า เป็นการปรับรูปหน้าผากและโครงหน้าให้ดูดีมากขึ้น โดยการปลูกผมผู้หญิงจะนิยมใช้วิธี FUE Long hair เป็นการปลูกผมแบบ FUE ที่กราฟผมที่นำมาปลูกจะเป็นผมยาว ทำให้มีผมยาวตั้งแต่หลังปลูกผมทันที

แต่การปลูกผมเพื่อรักษาผมบางกรรมพันธุ์ในผู้หญิง แพทย์ไม่ค่อยแนะนำเท่าใดนัก เนื่องจากต้นเหตุของอาการผมบางไม่ใช่ฮอร์โมน และรากผมจากท้ายทอยที่นำมาปลูกก็สามารถหลุดร่วงได้เหมือนกับเส้นผมในส่วนอื่นๆ ดังนั้นผลการรักษาจะไม่อยู่ถาวรเหมือนกับการปลูกผมผู้ชาย และการปลูกผมยังเป็นการรบกวนหนังศีรษะ ทำให้อาจผมร่วงจนหัวเถิก หัวล้านมากกว่าเดิมได้

หากหัวเถิก อยากปลูกผม จะต้องเข้ามาปรึกษากับแพทย์ก่อน เพื่อดูว่าต้องใช้รากผมจำนวนเท่าไหร่ เหมาะกับการปลูกผมวิธีใด รวมทั้งกำหนดแนวไรผมใหม่ ซึ่งส่วนนี้สามารถบอกความต้องการกับแพทย์ได้ หรือหากไม่ได้มีแนวไรผมที่อยากทำเป็นพิเสษ แพทย์จะออกแบบให้ตามรูปหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ปลูกผมแก้หัวเถิกที่ Absolute Hair Clinic

หัวเถิก อยากปลูกผม

การปลูกผมที่ Absolute Hair Clinic เราปลูกผมทุกเคสโดยใช้น้ำยาแช่กราฟผมชนิดพิเศษ ที่จะทำให้รากผมสมบูรณ์ที่สุดก่อนนำไปปลูกใหม่ อีกทั้งยังใช้ปากกาปลูกผมหรือ Implanter pen ในการปลูกผมทุกวิธี ไม่ว่าจะเป็นปลูกผม FUT, FUE, หรือ FUE Long hair อย่างที่หลายคนเรียกว่าการปลูกผม DHI เพื่อให้ผลการปลูกออกมาดีที่สุด

หัวเถิก อยากปลูกผม สามารถนัดเวลาเข้ามาสอบถามและปรึกษากับทางคลินิกได้ เพื่อพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง ที่คลินิก เราดำเนินการให้คำปรึกษา และรักษาทุกเคสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อย่างคุณหมอก้องเกียรติ และคุณหมอโบนัส เพื่อให้การรักษาปลอดภัย ได้มาตรฐานการแพทย์ ผลการรักษาเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับผู้เข้ารับการรักษาทุกคน

ตัวอย่างเคสการรักษา ปลูกผมแก้ไขหัวเถิกจาก Absolute Hair Clinic

ปลูกผมแก้หัวเถิกชาย
ปลูกผมแก้ผู้หญิงหัวเถิก

ปลูกผมที่ไหนดี? วิธีเลือกคลินิกปลูกผม ควรเลือกจากอะไร? : ปลูกผมที่ไหนดี?

หัวเถิก อยากปลูกผม ราคาเท่าไหร่

ปลูกผมแก้หัวเถิก ราคาปลูกผมที่ Absolute Hair Clinic เริ่มต้นที่ 30,000 บาท โดยราคาเพิ่มเติมจะคิดจากจำนวนกราฟผมที่ต้องปลูก และเรทราคาจะขึ้นอยู่กับวิธีการปลูก ว่าเป็นการปลูกผม FUT ปลูกผม FUE หรือ FUE Long hair ซึ่งเรียงจากราคาถูกไปราคาแพงตามลำดับ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาสอบถาม และประเมินราคาที่คลินิกได้เลย ที่ตั้งคลินิก Absolute Hair Clinic

ข้อสรุป

หัวเถิกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือควรสังเกตเส้นผมและหนังศีรษะของตนเองอยู่เสมอ หากเกิดความผิดปกติขึ้นหรือมีผมร่วงมากกว่าปกติไม่ควรนิ่งนอนใจและปล่อยไว้จนมีปัญหาหัวเถิก เนื่องจากการรักษาเป็นเรื่องยาวกกว่าการชะลอไม่ให้ผมร่วง และหากไม่ทำอะไรเลย หัวเถิกอาจจะกลายเป็นปัญหาหัวล้านได้ในที่สุด

หัวเถิก หัวล้าน ผมร่วงมากกว่าปกติ หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ต้องการปรึกษาแพทย์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือนัดเวลากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Absolute hair clinic ได้ที่ Line: @Absolutehairclinic